นายกฯชี้ปท.บกพร่องทาง “จิตวิญญาณ” ชวนคนไทยร่วมสร้าง “ธรรมาธิปไตย”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ว่าปัจจัยสำคัญที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปสู่อนาคตที่เราทุกคนอยากเห็นก็คือการเพิ่มศักยภาพของ“คน”ในประเทศ ทั้งการปฏิรูปการศึกษาให้เยาวชนมีความรู้ สามารถเพิ่มศักยภาพของตนไปพร้อมกับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นคนดีของสังคม เป็นพลเมืองดีของประเทศ ทั้งนี้การสร้างพื้นฐานที่จะนำไปสู่ความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ โดยการสร้างให้ผู้เรียนมีความรอบรู้มีทักษะรอบด้าน ถึงพร้อมด้วยคุณธรรมจริยธรรมและสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ได้อย่างเหมาะสมมีภูมิคุ้มกัน สำหรับพระพุทธศาสนาได้ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ ความเป็น“สัตว์ประเสริฐ”ซึ่งหมายถึงการมีระดับจิตใจสูงสามารถเข้าถึงความดีงาม โดยคนเรานั้นสามารถฝึกฝนและพัฒนาจิตใจได้ โดยปราศจากข้อจำกัดเรื่องชาติกำเนิดหรือฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม เพื่อไม่ให้เบียดเบียนกัน, รู้จักแยกแยะความดี ความเลว นอกจากนี้ในฐานะ “ความเป็นมนุษย์” ซึ่งเป็น “สัตว์สังคม” ตนเห็นว่าหลักธรรม 3 ประการในพุทธศาสนาที่เราทุกคนควรตระหนักและยึดถือเป็นหลักพื้นฐาน เพื่อการอยู่ร่วมกันของคนไทยอย่างมีความสุข ได้แก่ (1) ปัญญา (2) เมตตากรุณา รักใคร่เกื้อกูลกัน และ (3) ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกันคำว่า “สิทธิเสรีภาพ” บนพื้นฐานแห่งศีลธรรมนั้นไม่ใช่เพียงการมีเวทีหรือช่องทางให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่จะต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงคือ “มนุษยธรรม” อีกด้วย โดยหากสังคมใดคนในสังคมมีศักดิ์ศรี สังคมนั้นจะมีแต่ความสามัคคีและปรองดอง ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไม่ใช่อยู่ที่การมีเสรีภาพ 100 % แต่กลับปล่อยให้เกิดการละเมิดเสรีภาพของผู้อื่นหรือละเมิดกฎหมาย […]

จากศูนย์ 1111 ถึง ศูนย์ 1299…แล้วไงต่อ???

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และรัฐบาลยุค คสช. มีผลงานการเสกสรรปั้นศูนย์สารพัดสารพันขึ้นมาจนจดจำกันไม่หวัดไหว ในห้วงเวลา 3 ปีเศษๆที่ผ่านมา เจตนารมณ์แรกเริ่มของการให้กำเนิดศูนย์ แน่นอนว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ตั้งมั่นบนรากฐานต้องการคืนความสุขแก่ประชาชน บรรดาศูนย์ที่ถูกแจ้งเกิดทั้งโดย คสช. และรัฐบาลยุค คสช. มีตั้งแต่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1111 ซึ่งคุยอวดสรรพคุณ “ถึงหูหัวหน้า คสช.” “ถึงหูนายกรัฐมนตรี”แน่นอน ! ช่องทางส่งผ่านความทุกข์จากประชาชนไปถึงหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี เพื่อเปลี่ยนกลับคืนไปเป็นความสุขแก่ประชาชนถูกออกแบบไว้หลายช่องทาง โดยอ้างว่าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ขณะที่ความจริงที่แท้อาจเป็นการ “ทำแปลงปลูกผักชี” สอพลอผู้มีอำนาจซะมากกว่า หลากหลายช่องทางของการสื่อสารความทุกข์ของประชาชนไปถึงหูหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี มีทั้งเว็บไซต์ www.1111.go.th  ตู้ปณ.1111 ทำเนียบรัฐบาล  หรือโทรศัพท์สายด่วน 1111 โดยทุกช่องทางการร้องทุกข์ ไม่มีค่าใช้จ่าย…ไม่มีค่าน้ำร้อนน้ำชา…และไม่มีเงินทอน ทำนองเดียวกันปีกคสช.ก็มีโครงการสายตรงคสช.บริการกำจัดทุกข์ คืนความสุขประชาชน โดยเปิดเบอร์โทรศัพท์ 094-1286273-9 และ 094-2349312-4 รวม 10 เลขหมาย พร้อมกับอีเมล์ ncpo.2014@gmail.com  ไว้คอยเอาอกเอาใจประชาชน ล่าสุดใหม่ ๆ หมาด ๆ คสช.ทำคลอดศูนย์ใหม่ป้ายแดงออกมาล่าแต้มจากประชาชนเพิ่มเติม และเรียกชื่อเก๋ไก๋ว่า “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตประพฤติมิชอบ” โดยให้เลขาธิการ […]

นายกฯ ชวนคนไทย งดดื่มสุรา ตลอดชีวิต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2560 ว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ “วันเข้าพรรษา” ของทุกปีเป็น “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 9 กรกฎาคม ตนอยากขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ได้ร่วมกันทำบุญ ทำกุศล ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม โดยการ “งดดื่มสุรา” เครื่องดองของเมา ตลอดห้วงเวลาเข้าพรรษา 3 เดือน นับจากนี้ หรือตลอดไป ทั้งนี้หากใครมีศรัทธาที่แรงกล้า มีความมุ่งมั่น ก็สามารถละเลิกการดื่มสุราตลอดไป ตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นมหากุศล อย่างน้อย หากเลี่ยงไม่ได้ก็ขอให้เป็นการ “ดื่มอย่างมีสติ”  ส่วน “การดื่มเพื่อเข้าสังคม” นั้น ตนเห็นว่าสำหรับสังคมไทยในวันนี้ถือเป็นสิ่งที่ล้าหลังไปแล้ว รวมไปถึงการสูบบุหรี่ด้วย ด้าน พ.ร.บ.ยาสูบ “ฉบับใหม่” ที่รัฐบาลนี้ผลักดันเป็นกฎหมาย และมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา […]

นายกฯ ขอปชช. มองไปข้างหน้า ตามหลักกติกาสากล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ว่า สิ่งที่ตนอยากให้ “คนไทย” ได้รับรู้และตรึกตรองไม่ว่าจะเป็นคนไทย 1.0, 2.0, 3.0 หรือ 4.0 ก็ตามเราต่างก็ต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แต่จะพัฒนาตนเองไปในทิศทางใด และอย่างไรนั้น เราอาจไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดเพราะต้องขึ้นอยู่ปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

เก้าอี้เสกเงิน

“เก้าอี้”โดยนิยามความหมายทั่วไปคือเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สำหรับนั่ง แต่โดยนิยามความหมายพิสดาร กลับหมายถึงเครื่องมือสำหรับทำมาหากินบันดาลความมั่งคั่งร่ำรวย ของผู้มีอำนาจ

นายกฯแนะคนไทยใช้ “โปรเม” ตัวอย่างสร้างแรงบันดาลใจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน  2560 ว่า ตนอยากจะชี้ให้เห็นบทพิสูจน์ ในเรื่องของ “ความเพียร” กับ “ความสำเร็จ”  ตามบทพระราชนิพนธ์เรื่อง “พระมหาชนก” ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการก้าวมาสู่จุดสูงสุด ของนักกอล์ฟหญิง “มือ 1 ของโลก” ชาวไทยอย่าง “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ที่แสดงให้เห็นว่า “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้” และ “ทุกความสำเร็จนั้นต้องได้มาด้วยความเพียร” ทั้งนี้ อาจมีหลายปัจจัยส่งเสริม ทั้งการสนับสนุนของครอบครัว ที่เป็นแรง ผลักดันสำคัญอย่างต่อเนื่อง และทุ่มเท แต่ที่สำคัญก็คือ ความวิริยะอุตสาหะของนักกีฬา การไม่ละความพยายาม และ “การเอาชนะใจตนเอง” เพื่อให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นานาให้ได้ ในการนี้ตนขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวไทย ในการแสดงความยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้  ขอขอบคุณ “โปรเม” ที่นำ “ความสุข” มาสู่คนไทย อีกครั้ง […]

ด่วนสายนรกอเวจี 4 ชัก 3

เปลือกธรรมะถลอกปอกเปิดที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)  เมื่อศูนย์ต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอ.ตช.) ประสานข้อมูลกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และกองปราบปราม ตลอดจนกองทัพ เปิดปฏิบัติการเปิดโปงพฤติกรรมอัปรีย์ของข้าราชการระดับสูงบางคนที่สมคบกับวัดวาอารามหลายแห่ง กระทำการยักยอกเงินงบประมาณแผ่นดินแบบเย้ยฟ้าท้านรก

นายกฯสอนมวย “สื่อ” เสนอข่าวด้วย “จรรยาบรรณ”

“สื่อมวลชนเป็น “ตัวกลาง” ซึ่งต้องยอมรับความจริงและต้องให้ความสำคัญทั้งในเรื่อง “ความเป็นกลาง” และ “ความน่าเชื่อถือ” ของสื่อฯโดยเราต้องวิเคราะห์ก่อนเสมอ ไม่อาจยึดมั่น ว่าเป็นจริงดังว่าได้ในทันที ที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นคือ “วิจารณญาณ” และ “จรรยาบรรณ” ในการทำหน้าที่ของสื่อฯ”

โลกาอนาธิปไตย !!!

โลกใบนี้นับวันจะอยู่ยากมากขึ้นไปทุกที…พลโลกก็มีแนวโน้มตกเป็นเหยื่อถูกยุยงปลุกปั่นให้โกรธแค้นชิงชังหนักหนาสาหัสยิ่งขึ้น  ขณะที่สันติสุข-สันติภาพ-มิตรภาพ กำลังถูกทำให้เลือนลางจางหายไป จู่ ๆมุสลิมทั้งผองพี่น้องกันในโลกอาหรับ ก็มีอันต้องประกาศตัดสัมพันธ์กันทั้งทางการทูต..การเศรษฐกิจ…และการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกัน ชนวนเหตุที่ชักนำให้พี่น้องมุสลิมในโลกอาหรับต้องตัดสัมพันธ์แยกขั้วแบ่งค่ายกัน มาจาก 6 ชาติในโลกอาหรับคือ ซาอุดิอาระเบีย-อียิปต์-สหพันธรัฐอาหรับเอมิเรต(ยูเออี)-บาห์เรน-ลิเบีย-เยเมน ต่างพากันชี้นิ้วไปที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งเปรียบเสมือน”ไข่แดง”ใจกลางโลกอาหรับ แล้วกล่าวหาด้วยข้อหาสุดฉกาจฉกรรจ์ โดยระบุว่า”กาตาร์ ให้ทุนอุดหนุนขบวนการก่อการร้าย” ขบวนการก่อการร้ายที่กาตาร์ถูกกล่าวหาสวมบท “ป๋าสายเปย์” อัดฉีดเงินสนับสนุนปฏิบัติการก่อการร้ายของขบวนการก่อการร้าย มีทั้งไอเอส-อัลไกด้า-ภราดรภาพมุสลิม-ฮูธี-ทาลีอัลชาม รวมทั้งกลุ่มก่อการร้ายระดับเอสเอ็มอีที่สร้างความปั่นป่วนในหลายชาติของโลกอาหรับ เฉพาะเงินอัดฉีดที่กาตาร์จ่ายให้แก่กลุ่มก่อการร้ายทาลีอัลชาม  ซึ่งมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงแนบแน่นกับอัลไกด้าในซีเรีย โดยอ้างว่าเพื่อเป็น “ค่าไถ่ชีวิตตัวประกัน” จำนวน 26 คน ซึ่งมีเชื้อพระวงศ์ระดับสูงรวมอยู่ด้วย ก็ปาเข้าไปหลัก “พันล้านดอลลาร์สหรัฐ” หรือกว่าสามหมื่นสี่พันล้านบาทเข้าไปแล้ว อย่างไรก็ดีหากพลิกตรวจสอบแฟ้มข่าวย้อนหลัง ก่อนที่กาตาร์จะถูกเพื่อนในโลกอาหรับ “รุมกินโต๊ะ”ไม่นานนัก พบว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางไปตั้งวงจ๊ะจ๋ากับบุคคลระดับสูงในซาอุดิอาระเบียและอียิปต์ แล้วอาจอาศัยจังหวะนั้นยัดข้อมูลยุแยงตะแคงรั่วกรอกหู หรืออาจยัด “ใบสั่ง” ให้จัดการกับกาตาร์เพื่อแลกกับของสมนาคุณบางอย่างเป็นการตอบแทน หลายคนอาจกำลังสงสัยในบทบาทองค์การสหประชาชาติ ที่ออกจะเงียบหงอยเหงา ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่โลกทั้งใบกำลังจะลุกเป็นไฟด้วยเหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นทั่วไปในหลายต่อหลายประเทศ….สหประชาชาติหายหัวไปมัวทำอะไรอยู่??? คำตอบที่น่าจะสะท้อนอาการ “เต่าหดหัว” หรือ “กิ้งกือขนดตัว” ขององค์การสหประชาชาติได้ชัดเจนแจ่มแจ๋วที่สุด น่าจะได้แก่การที่องค์การสหประชาชาติกำลังตกอยู่ในสภาพ “ถังแตก” …ชักหน้าไม่ถึงหลัง..รายรับไม่พอแบกรับภาระค่าใช้จ่าย […]

“ปวช. – ปวส.” เรียนอะไรไม่ตกงาน อ่านเลย

หลายคนคงสงสัย แม้จะมีข้อมูลออกมาว่าการเลือกเรียนในสายวิชาชีพ อาชีวศึกษา มีแนวโน้มการได้งานทำที่สูงกว่าการเรียนในระดับปริญญาตรี หรือแนวโน้มของการได้เงินเดือนที่สูงกว่าแต่แล้วในปัจจุบันกลับพบว่า ถึงจะเลือกเรียนในสายวิชาชีพแล้วเมื่อจบออกมาแต่ก็ยังคงหางานได้ยากอยู่ ไปค้นหาคำตอบจากบทความของ ดร. ยงยุทธ  แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาแรงงาน  สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สถานการณ์ตลาดแรงงานของไทยเริ่มมีกำลังแรงงานลดลง โดยปี 2559 มีกำลังแรงงาน 38.7 ล้านคน ปีปัจจุบันเหลือ 37.8 ล้านคน หายไปจากตลาดประมาณ 1 ล้านคน  การที่กำลังแรงงานลดลงแต่ความต้องการแรงงานในภาคเศรษฐกิจส่วนใหญ่ยังใช้แรงงานแบบเข้มข้น ทำให้ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 3 แสนคน แต่จำนวนดังกล่าวไม่สามารถตอบสนองความต้องการในตลาดแรงงานได้ครบถ้วนทำให้ยังขาดแคลนแรงงานอยู่มากกว่า 1.8 แสนคนต่อปี การขาดแคลนกำลังแรงงานเรื้อรังมานาน เป็นผลจากการที่ภาคการผลิตที่แท้จริง (real sectors) ยังคงปรับเปลี่ยนโครงสร้างช้ามากเนื่องจากสามารถใช้นโยบายพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน  3 ประเทศ คือ เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา เกือบ 3 ล้านคน กระจายอยู่แทบทุกสาขาการผลิตและบริการของสถานประกอบการของเอกชน ทั้งนี้แรงงานคนไทยเข้าไปแทนที่ (replacement) น้อยมาก  เนื่องจากกำลังแรงงานของไทยไม่ชอบงานหนัก งานยากลำบาก และงานสกปรก แต่กลับเลือกตกงานมากกว่าจะไปทำงานทดแทนแรงงานต่างด้าวหรือเลือกเดินต่อไปในสายปริญญา […]

1 2 3 27