นายกฯ ขอปชช. มองไปข้างหน้า ตามหลักกติกาสากล

นายกฯ ขอปชช. มองไปข้างหน้า ตามหลักกติกาสากล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ว่า สิ่งที่ตนอยากให้ “คนไทย” ได้รับรู้และตรึกตรองไม่ว่าจะเป็นคนไทย 1.0, 2.0, 3.0 หรือ 4.0 ก็ตามเราต่างก็ต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แต่จะพัฒนาตนเองไปในทิศทางใด และอย่างไรนั้น เราอาจไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดเพราะต้องขึ้นอยู่ปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

ทั้งนี้เราจะต้องเป็น“ผู้เลือก”ที่จะทำที่จะเป็นให้ได้ เพื่อประโยชน์และความสุขของแต่ละคนนั่นเอง สำหรับในภาพรวมของประเทศแล้ว วันนี้ประเทศไทยมาถึง “จุดเปลี่ยน” ในหลายมิติ โดยเฉพาะ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ” ที่มุ่งไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทของโลกที่เป็นพลวัต อาทิ การเปลี่ยนแปลงผู้นำและนโยบายของประเทศมหาอำนาจ ดุลอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก, เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบในทุกมิติโดยรวม และวิถีชีวิตของทุกคน รวมทั้งแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนเหล่านี้เป็นต้น ทั้งนี้หากเราไม่ปรับตัว ย่อมจะส่งผลกระทบในวงกว้าง เช่น

  1. การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ปัจจุบันมี 6 สายการบินที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน และได้ใบรับรองแล้ว ครอบคลุมเส้นทางการบินระหว่างประเทศรวมกัน ราวร้อยละ 80 จากเส้นทางการบินระหว่างประเทศของสายการบินสัญชาติไทยทั้งหมด ภายในเดือนกันยายนปีนี้ คาดว่าจะได้ใบรับรองเพิ่มเป็น 12 สายการบิน ส่วนที่เหลือจะตรวจสอบมาตรฐานให้แล้วเสร็จภายในมกราคมปีหน้า ซึ่งตรงนี้ จะเป็นข้อพิจารณาสำคัญในการที่จะขอ “ปลดล็อกธงแดง” จาก ICAO
  2. การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งรัฐบาลนี้ยกระดับให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เนื่องจากเกี่ยวพันกับหลายภาคส่วน และส่งผลกระทบรุนแรง ทั้งด้านความมั่นคง, เศรษฐกิจ และสังคม  ประกอบไปด้วยปัญหาเชื่อมโยงมากมาย ทั้งแรงงานทาส,  แรงงานต่างด้าว, ขอทาน, โสเภณีและการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นต้น ความเสียทางเศรษฐกิจ เฉพาะในส่วนของการประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) ที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และแรงงานทาส หากเราไม่ดำเนินการแก้ไข อาจถูกกีดกันสินค้าประมง มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อรัฐบาลได้จัดการกับปัญหาอย่างครบวงจร ส่งผลให้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ของประเทศไทย มีผลการจัดอันดับ “ดีขึ้น” ในปีที่ผ่านมาและคงอยู่ในระดับเดิมในปีนี้

สำหรับรัฐบาลถือว่าสิ่งที่สำคัญกว่าการประเมินใดๆ คือการปกป้องคุ้มครอง “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” ของทุกคน ทั้งคนไทยและทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้หลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเป็นสำคัญ ตนขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมกันแก้ปัญหาเรื้อรังของประเทศนี้ ให้ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ จากข้าราชการพลเรือน – ตำรวจ – ทหาร – อัยการ – ศาล

“เราต้องช่วยกันขจัดวงจรค้ามนุษย์ออกจากบ้านเมืองของเราให้ได้ รัฐบาลจะเข้มงวด ลงโทษ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ติดตามคดีทุกคดี โดยผู้ที่ไม่สามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น หากมีการเรียกรับผลประโยชน์ด้วย จะต้องมีการปรับย้าย สอบสวนในทันที เมื่อพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็ต้องมีโทษทั้งทางอาญา และทางวินัย ไล่ออก  ปลดออก ขอเตือนไว้ก่อนนจากนี้เราต้องจริงจังในเรื่องที่ยังเป็นข้อสังเกต กลับมาในครั้งนี้ทุกเรื่อง”

ในการนี้ขอชื่นชมคุณวีรวรรณ มอสบี้ หรือ “น้องบุ๋ม” นักกิจกรรมหญิงไทย ผู้ก่อตั้งโครงการฮัก (HUG Project) เพื่อช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยได้รับการยกย่องให้เป็นนักต่อสู้ด้านการค้ามนุษย์ หรือ “TIP Hero”จากผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 8 ประเทศ โดย “คุณวีรวรรณ” ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย และทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยความเสียสละอีกด้วย

อย่างไรก็ตามที่กล่าวมานั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ของการเปลี่ยนแปลง ภายใต้กติกาสากลที่เราไม่อยากเพิกเฉยไปได้ โจทย์ใหญ่ของประเทศวันนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาความสงบเรียบร้อยและการสร้างความปรองดองของคนในชาติเท่านั้น แต่เราจะต้อง “มองไปข้างหน้า” ว่า เราจะเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างไร

 

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 088-924-4942

แสดงความคิดเห็น

ปิดโหมดสีเทา