คาร์บอมบ์ ปัตตานี! ตกใจแต่ไม่ตื่นตระหนก

เหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์หน้าห้างบิ๊ก C จ.ปัตตานี สร้างความตื่นตระหนกและหวาดผวาไปทั่วประเทศ เพราะมีผู้บาดเจ็บมากถึง 50 คน พร้อมกับคำถามว่าสถานการณ์นับจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนที่ถือเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของจังหวัด คำถามนี้คงไม่มีใครตอบได้ดีเท่ากับคนในพื้นที่ สำนักข่าว Thai quote  ได้สัมภาษณ์พิเศษ ศิริชัย ปิติเจริญ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดปัตตานี ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดปัตตานี ภาพรวมการลงทุนในปัตตานีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง? มีบ้างแต่ไม่หนาแน่น บางปีไม่มีเลย  อย่างปีที่ผ่านมานิติบุคคลที่จดกันมากจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจภาคบังคับ เช่น ร้านทอง สำหรับผมทำธุรกิจโชว์รูมรถยนต์ก็เพิ่งเปิดโชว์รูมรถแห่งใหม่เมื่อไม่นานมานี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวั่นไหวมากไหม? ต้องยอมรับว่า 3 จังหวัดภาคใต้เคยเกิดสถานการณ์แบบนี้หลายครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรก สำหรับคนในพื้นที่ก็มีความตกใจเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่ได้ทำให้การใช้ชีวิตของพวกเราเปลี่ยนแปลงไป ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติเพียงแต่ทุกคนไม่เข้าใจว่า ทำไมจึงต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในห้างสรรพสินค้าบิ๊ก C ซึ่งเป็นที่สาธารณะ มีคนจำนวนมากไปซื้อสินค้า หลังเกิดเหตุการณ์ บรรยากาศค้าปลีกซบเซามากไหม? เท่าที่เห็นก็ยังมีคนเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้ากันเหมือนเดิม ซึ่งทุกห้างก็เพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้น ห้างขนาดใหญ่เข้าไปให้บริการในพื้นที่อย่างไรบ้าง? ถ้าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีบิ๊ก C เพียงห้างเดียวที่เหลือเป็นห้างท้องถิ่นซึ่งเป็นห้างขนาดกลางและขนาดเล็ก มีผลกระทบต่อการลงทุนหรือไม่? อาจมีบ้างในระยะสั้น ซึ่งฝ่ายความมั่นคงต้องเร่งสร้างขวัญและกำลังใจให้กลับมาเหมือนเดิม ขณะที่ในส่วนของภาครัฐนั้นอยากให้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่    

ล้านคนพูด! หรือจะสู้ลงมือทำ

หลาคนมักพูดว่า “ช่วงนี้เป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ อยู่เฉยๆดีกว่า” และปล่อยเวลาให้ผ่านไปปีแล้วปีเล่า โดยไม่ได้ลงทุนหรือทำอะไรเลย ต่างจากเขาคนนี้ที่มักจะลงทุนในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ โดยไม่สนใจคำทักท้วงจากคนอื่น เราไปฟังความคิดของ ดำรงค์ พิณคุณ นักเขียนหนังสือแนวสร้างสรรค์กำลังใจ ผู้นำเข้าเก้าอี้นวดไฟฟ้าคนแรกของเมืองไทย ยี่ห้อ RESTER ว่าเขามีความคิดแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร อยากให้เล่าความเป็นมาสักเล็กน้อย? ผมเริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานขายในบริษัทเอกชนหลังเรียนจบปริญญาตรี ขายคาร์บอนแบล็ค เป็นผงดำๆใช้เป็นส่วนผสมหลักในยางรถยนต์ ยางปัดน้ำฝน อุปกรณ์พลาสติกที่เป็นสีดำทั้งโลกใช้คาร์บอนแบล็คทั้งหมด ผมขายผงคาร์บอนแบล็คอยู่ประมาณ 3 ปี ถือว่าเป็นเซลล์ที่มียอดขายมากที่สุดในอุตสาหกรรมนั้น ยอดขายปีหนึ่งประมาณ 500 ล้านบาท ทำไมจึงเลือกทำงานขาย? ผมคิดว่าถ้าอยากประสบผลสำเร็จการทำธุรกิจส่วนตัวในอนาคต ผมจำเป็นจะต้องขายของให้เป็น ขายอะไรก็ได้ พอเรียนจบมีคนรับผมเข้าทำงานหลายอย่าง ผมก็ปฏิเสธไป เพราะว่าไม่ใช่สิ่งที่เราฝันไว้ว่าบันไดขั้นแรกควรจะเริ่มจากการขายของให้เป็นก่อน ขายน้ำดื่ม อาหาร เสื้อผ้า ต้องเริ่มต้นจากการขาย หลายคนกลัวการขาย มองว่าอาชีพขายของไม่ดี ดูด้อยค่า แต่ผมต่างจากคนอื่น ผมเรียนจบการตลาดมา แต่ฝักใฝ่หาแต่งานขาย พอขายเป็นอย่างหนึ่ง เราก็รู้แล้วว่าเทคนิคการเข้าหาคนเป็นยังไง การพรีเซ็นต์สินค้าทำยังไง เมื่อผมขายสินค้าอย่างหนึ่งได้ หลังจากนั้นอยากขายอะไรก็ได้ ทำบริษัทแรกได้ 3 ปีจึงเปลี่ยนงานเพราะอยากรู้เรื่องอิมปอร์ตเอ็กซปอร์ต เริ่มต้นไปเข้าไปอบรม แต่เรียนแล้วทำไม่เป็น […]

พรรณพิมล ปันคำ ประธานศูนย์ภูมิปัญญาชาวบ้าน เรียนรู้จากชีวิตจริงสู่เกษตรทฤษฎีใหม่

ถ้าถามถึงปัญหาส่วนใหญ่ของเกษตรกรไทยแล้ว ต้องบอกว่ามีอยู่ไม่กี่เรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญ ๆ หนึ่งในนั้นคือ การใช้ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีรวมถึงหนี้สินที่ทำให้เกษตรหลายคนถึงกับสิ้นหวังในชีวิต โดยเฉพาะกับ “ชาวนา” บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ถูกระบุว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงอันดับ 3 ในการตกงานของปี 2560 แต่สำหรับ “พรรณพิมล ปันคำ” หรือ “ป้าพรรณ” ประธานศูนย์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ต. ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เธอกลับมีความคิดที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะเธอใช้ภูมิปัญญาแบบชาวบ้านขจัดซึ่งปัญหาอย่างสิ้นเชิง แถมยังใช้ประสบการณ์จากชีวิตจริงของเธอมาถ่ายทอดเรื่องราวให้กับเกษตรกรที่แสวงหาแนวทางการเกษตรยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถลืมตาอ้าปาก หมดหนี้สิน ด้วยมือของตนเอง ป้าพรรณ หรือ นางพรรณพิมล ปันคำ เติบโตจากครอบครัวเกษตรกรใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อมาพบรักและแต่งงานกับ ลุงผ่าน หรือ นายผ่าน ปันคำ ที่เติบโตในครอบครัวเกษตรกรเหมือนกันทำให้การทำงานในอาชีพ “เกษตรกรมืออาชีพ” จึงไม่ใช่เรื่องยากเกินฝัน ป้าพรรณเล่าว่าเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ชาวบ้านยังไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับสารเคมีหรือการทำเกษตรแบบมีระบบระเบียบ การทำนาจึงเป็นการทำจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง แต่เมื่อปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงเข้ามามีบทบาทในเกษตรกรรม พืชถูกตัดแต่งพันธุกรรม ชาวบ้านเริ่มประสบปัญหาต้นทุนสูงแต่ผลผลิตต่ำ สุขภาพย่ำแย่ ภูมิปัญญาที่เคยใช้มาตั้งแต่บรรพบุรุษก็เริ่มจางหายไปอย่างสิ้นเชิง “10 […]

EXIM BANK บนภารกิจ TEAM THAILANDรุกตลาด “บลูโอเชี่ยล”

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวถึงบทบาทการทำงานของธนาคาร EXIM BANK ว่า การทำงานมีความแตกต่างจากอดีตมากเนื่องจากทุกวันนี้บริบทของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ฉะนั้นการบริหารจัดการหรือพันธกิจเดิมอาจจะใช้ไม่ได้ทั้งหมดในวันนี้ “สิ่งที่เรามุ่งเดินหน้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็คือการหาโมเดลใหม่หรือรูปแบบใหม่ ในการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้งผู้ประกอบการ Start up และ SMEs บริษัทฯหรือแม้กระทั่งการให้โอกาสนักลงทุนรายใหญ่ที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ” ทั้งนี้เนื่องเพราะจากนี้ไปนักลงทุนไทยไม่ใช่แค่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการที่มีศักยภาพไปยังต่างประเทศเนื่องจากรูปแบบของการทำการที่เปลี่ยนไป “เมื่อก่อน Toyota ส่งรถจากญี่ปุ่นมาเมืองประเทศไทย ผ่านไป 10-20 ปีญี่ปุ่นมาตั้งโรงงานนำชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศไทย จะทำให้ได้เปรียบในเรื่องเชิงของภาษีนำเข้า การตั้งโรงงานและการสร้างงานเพราะฉะนั้นโมเดลของโลกในปัจจุบันตอนนี้คือ ไม่ใช่การส่งสินค้าสำเร็จรูปไปยังประเทศเป้าหมายแต่รวมถึงการที่ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเป้าหมาย ” ดร.รักษ์ กล่าวว่าภาพเหล่านี้จะเป็นบริบทในการให้สินเชื่อ ไม่ได้ให้สินเชื่อเพื่อการส่งออกอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีสินเชื่อในแบบใหม่ ๆที่เราช่วยเหลือผู้ประกอบการคือ“สินเชื่อรูปแบบใหม่ย้ายฐาน สินเชื่อเพื่อศักยภาพในการผลิต” อย่างไรก็ตามการให้สินเชื่อทุกรูปแบบแม้ว่าจะมีการเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย แต่ยังไม่เพียงพอ ทั้งนี้หากดูจากสถิติผู้ประกอบการในประเทศไทย 2.8 ล้านรายที่เป็น SMEs ในจำนวนนี้ไม่ถึง 4 หมื่นราย ที่อยู่ในระบบการส่งออก ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก แม้ว่าหลายคนอยากเป็นผู้ประกอบการส่งออก ซึ่งตัวเลขพบว่าทุก ๆ ปีมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ เดินเข้ามาสู่ธุรกิจส่งออกปีละไม่ถึง 1 หมื่นราย […]

พันธกิจที่ไม่มีจบ “ปั้นนักศึกษาสู่ความเป็นเลิศ” รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี (ตอน 4)

ผ่านไปสามตอนเต็ม ๆ กระทั่งถึงบทส่งท้ายกับบทสัมภาษณ์พิเศษ หลังจาก “สำนักข่าว Thai quote” สอบถามถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี (มทร.)ที่มีต่อธุรกิจ SMEs และการดำเนินโครงการในกลุ่ม Start up และ Turn around ต่อลมหายใจธุรกิจ จาก อธิการบดีมทร. คนดังอย่าง รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ ซึ่งถือเป็นพันธกิจสำคัญที่ทางมหาวิทยาลัยรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้มีส่วนร่วมต่อการเติมเต็มในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

“ประเทศจะหลุดรายได้ปานกลางต้องโตบนพื้นฐานเอสเอ็มอี” รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมทร. ธัญบุรี (ตอน 3)

เผลอแป๊บเดียว บทสัมภาษณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี (มทร.) รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ ก็เดินทางมาถึงตอนที่ 3 แล้ว เป็นตอนที่กำลังเข้มข้น หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงตอนหน้าคงถึงเวลาต้องลาจากไปกับบทสัมภาษณ์ แต่สำหรับตอนนี้หลังจากที่อธิการบดีประเสริฐได้กล่าวถึงการทำโครงการ Turn around จากการเป็นเจ้าภาพร่วมกับสสว.และพันธมิตรใจดีอย่าง SME Bank ,สมาพันธ์เอสเอ็มอี แล้ว ยังได้กล่าวถึงมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ พร้อมยกกรณีตัวอย่างถึงสิ่งที่ทางมทร.ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มผู้ประกอบการ เช่นกรณีของอุตสาหกรรมทางด้านสมุนไพรสกัดซึ่งตั้งอยู่ที่ขอนแก่น จนสามารถนำพาธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปสำเร็จ

จากชุบชีวิต“ SMEs” ถึงกู้ชีพ “Turn around” พันธกิจนอกรั้วช่วยศก.ชาติ รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมทร. ธัญบุรี (ตอน 2)

แม้จะผ่านไปเพียงแค่ตอนแรกแต่ก็เชื่อว่าคงทำให้ใครหลายคน รู้จักถึงบทบาทสำคัญในอีกมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี (มทร.)ที่มีต่อธุรกิจเอสเอ็มอีมากขึ้น จากการถ่ายทอดผ่านประสบการณ์สู่บทสัมภาษณ์พิเศษ อธิการบดีผู้ที่มากด้วยความรู้ ความสามารถ อย่าง รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ ในการนำพามหาวิทยาลัยให้ความช่วยเหลือต่อกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี นับจากจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมาจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ถอดพันธกิจชุบชีวิต “เอสเอ็มอี” รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมทร. ธัญบุรี (ตอน 1)

ต้องยอมรับว่านับจากรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเข้าบริหารประเทศ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นและถือเป็นผลงานเด่นของรัฐบาลที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือการให้ความสนใจต่องานวิจัยและพัฒนา รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆในรั้วมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันในส่วนของภาคธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเอสเอ็มอี มหาวิทยาลัยจัดว่ามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้ความช่วยเหลือต่อภาคธุรกิจ

“ช่วงเวลานี้คือการเดิมพันของประเทศ” ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการศูนย์ C asean

สำนักข่าว Thai quote นำเสนอบทสัมภาษณ์พิเศษของผู้หญิงเก่งที่มากด้วยความรู้ ความสามารถมาถึง 4 ตอนเต็ม สำหรับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์กรรมการผู้จัดการศูนย์ C asean เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับสังคมและผู้ที่สนใจเรื่องราวไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและในมุมมองอื่น ๆ ถึงตอนนี้จะเป็นตอนสุดท้ายกับประเด็นคำถามที่ยังคงเข้มข้น ส่วนรายละเอียดจะเป็นเช่นไรต้องติดตามกัน

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการศูนย์ C Asian “อย่าคิดว่าหน้าที่พัฒนาประเทศคือรัฐบาลเราไม่เกี่ยว” (ตอน4)

การสนทนาระหว่างสำนักข่าว Thai quote กับผู้หญิงเก่งที่มากด้วยความรู้ความสามารถอย่าง “คุณอ้อ” ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการศูนย์ C asean ผ่านมาถึงสามตอนแล้ว แต่ยังมีสาระที่น่าสนใจในบางประการที่พร้อมจะนำเผยแพร่สู่สายตาผู้อ่านที่สนใจ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราจบลงในหัวข้อเรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซีย เรากลับมาคุยกันต่อรับประกันว่าสาระยังคงเข้มข้นเช่นเดิม มองอย่างไรกับความต่อเนื่องของรัฐบาลโดยเฉพาะกับแนวทางที่ได้ถูกวางไว้

1 2 3 5