ถึงเวลาผ่าตัดโครงสร้างระบบ “ข้าวไทย” ปรับสู่ 4.0

ความเรื้อรังของปัญหาในระบบข้าวไทยมีมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ปัญหาด้านการผลิต (ต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง แต่ผลผลิตต่อไร่ต่ำ) ปัญหาประสิทธิภาพทางการผลิตตกต่ำ ปัญหาจากข้าวที่ผลิตได้มีคุณภาพต่ำ เนื่องจากพันธุ์ที่ปลูกไม่เหมาะสมกับสภาพในพื้นที่ ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ปัญหาสถานการณ์ภัยธรรมชาติ (อุทกภัย วาตภัย ฝนทิ้งช่วง) ปัญหาสถานการณ์น้ำ ระบบชลประทานในพื้นที่เพาะปลูกมีจำกัด สถานการณ์ศัตรูข้าว ปัญหาด้านการตลาดในประเทศ ต่างประเทศ (ราคาข้าวเปลือกเฉลี่ยที่ชาวนาขาย ณ จุดรับซื้อ (ความชื้น 15%), ราคาเฉลี่ยขายส่งข้าวสารในตลาดกรุงเทพฯ, สถานการณ์ราคาข้าวส่งออก ตั้งแต่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมปทุมธานี ๑ ข้าวขาว ข้าวเหนียว ข้าวนึ่ง) ปัญหาการบริหารจัดการของนโยบายรัฐบาล (นโยบายและยุทธศาสตร์ข้าวที่ชัดเจน) รวมทั้งงบประมาณการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการผลิตข้าวน้อยเกินไป

อาถรรพ์ข้าวพิฆาต

ปรากฏการณ์ราคาข้าวเปลือกดิ่งเหว กำลังสร้างความทุกข์ยากแก่พี่น้องเกษตรกรชาวนาทั้งแผ่นดิน และกำลังเป็นหอกดาบทิ่มตำความมั่นคงของคณะรัฐบาลลุงตู่อย่างรุนแรงน่าพิศวงยิ่ง

อันตรายจริงหรือ!! แสงอัลตราไวโอเลตหรือแสงยูวี

เราจะมาทำความรู้จักเรื่องของ “ยูวีเอ” และ “ยูวีบี” หรือที่เรียกสั้น ๆว่า “แสงเอ” และ “แสงบี” แสงบีเป็นอันตรายต่อผิวทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังและแก่ชราเร็ว เพราะว่ามีพลังงานมากกว่าแสงเอถึง 1,000 เท่า แสงเอเป็นแสงที่ไม่ถูกปิดกั้นโดยชั้นโอโซนสามารถผ่านทะลุกระจก เมฆ และให้พลังงานคงที่ ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนตก ผิวชั้นหนังกำพร้า (ขี้ไคล) สามารถกั้นแสงบี ได้ 90% ขณะที่แสงเอสามารถผ่านทะลุผิวหนังเข้าสู่ผิวหนังแท้ได้มากกว่า 50 % และทำลายใยคลอลาเจนรวมถึงใยยืดหยุ่นได้ แสงเอไม่ก่อให้เกิดผิวไหม้เหมือนแสงบี แต่แสงเอจะสะสมการทำลายทีละเล็กทีละน้อยอย่างช้าๆ ทำให้เซลล์ในหนังกำพร้าเปลี่ยนรูปร่าง ซึ่งแสดงว่าดีเอ็นเอและใยต่าง ๆถูกทำลาย และยังสามารถลดจำนวนเซลล์ที่เกี่ยวกับภูมิต้านทาน ดังนั้นถ้าได้รับแสงเอนาน พอ ๆกับได้รับแสงแดดระยะเวลาสั้น ๆ ก็จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวได้ เช่น เพียงได้รับแสงเอเล็กน้อยนาน 5 สัปดาห์จะก่อให้เกิดรอยย่นบนผิว มีจุดกระ ดำ ขึ้นตามใบหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าแสงเอเป็นตัวการที่สำคัญ แสงบีจะเป็นตัวเริ่มก่อนเมื่อได้รับแสงเอร่วมด้วย ปรากฏการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเร็ว

ปัญหาจราจรกรุงเทพ เหลืออด – เหลือทนกันหรือยัง?

ปัญหาจราจรของเมืองหลวงประเทศไทยเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก เป็นปัญหาที่ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าแก้ได้ และเป็นปัญหาที่นักการเมืองใช้หาเสียงวาดฝันให้คนกรุงเทพมาทุกยุคทุกสมัย แต่ก็เป็นเพียงลมปาก ที่หลอกประชาชนไปวัน ๆ ถ้าคิดจะแก้ปัญหาจราจรของกรุงเทพก็ต้องทราบความเป็นมาของปัญหาในอดีต ว่าก่อเกิดมาได้อย่างไร?

“ครม.ส่วนหน้า”..อย่าทำให้พี่น้องชายแดนใต้สิ้นหวัง

“สถานการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อเรื้อรังมายาวนาน แก้ได้ง่ายนิดเดียว ขอแค่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความจริงจัง-จริงใจ และไว้เนื้อเชื่อใจกันในการแก้ไข”...คือฉันทามติจากฟากฝั่งประชาชนพลเมืองที่นั่น

อินไซด์ครม. ริมรั้วทำเนียบฯ ครม.ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.ขายตรงฯล้อมคอกธุรกิจ

แม้ว่าวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปประชุมที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังอดห่วงชาวบ้านไม่ได้จึงกำชับผ่านที่ประชุมครม. สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเหตุการณ์จากกรณีเรือล่มที่จ.อยุธยา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ราย และยังมีผู้สูญหาย 3 ราย ว่าต้องดำเนินคดีเอาผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับบริษัทเจ้าของเรือและผู้เดินเรือ จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งกำกับตรวจสอบการเดินเรือรวมถึงการเดินทางสาธารณะประเภทอื่น โดยหวังว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นอุทาหรณ์สำคัญ เพื่อให้ทุกคนเคารพกฎหมาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

เคาะยกคุณภาพชีวิตปชช.ผ่านเงินสะสมอปท.ปี 60

เพิ่งกลับจากเดินสายประชุมในเวทีต่างประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงทำให้วาระสำคัญที่รอพิจารณาอยู่เสนอทะลักเข้ามาจำนวนมาก สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ โดยวาระด้านเศรษฐกิจ รองนายกฯสมคิดได้เสนอที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านการตั้งกองทุนร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วงเงิน 19,795 ล้านบาท โดยรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำเงินมาสมทบฝ่ายละครึ่งหนึ่ง จึงทำให้รัฐบาลจัดสรรงบกลางสมทบประมาณ 9,897 ล้านบาท ซึ่งกำหนดให้อปท. เช่น เทศบาล อบต. อบจ. จำนวน 7,851 แห่ง เสนอโครงการลงทุนมาให้คณะกรรมการพิจารณา เช่น สร้างถนน สะพาน แหล่งน้ำ การท่องเที่ยวชุมชน สิ่งอำนวยความสะดวกภายในเดือนตุลาคมนี้

ครม.เคาะศึกษารถไฟฟ้าสายสีทองแก้จร.ฝั่งธนฯ

การประชุมครม.ในวันนี้แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมประชุมในเวทีระดับโลก จึงมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในการประชุม โดยการประชุมยังคงเน้นช่วยเหลือชาวบ้านรายย่อยเช่นเดิม ด้วยการเห็นชอบโครงการสานพลังประชารัฐ “พัฒนาบึงบางซื่อ” พื้นที่ 61 ไร่ จากเดิมเป็นที่ดินเสื่อมโทรมและถูกบุกรุกจากชุมชนแออัด ทาง SCG จึงขอเป็นเจ้าภาพพัฒนาโครงการบ้านมั่นคง เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยและสวนสาธารณะ เพื่อประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายและพักผ่อน

อินไซด์ครม. ริมรั้วทำเนียบฯ ติดเครื่องศก.ดันพรบ.เพิ่มขีดการแข่งขันพรวดเดียว 4 ฉบับ

การประชุมครม.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ครม.ดูจะเครื่องร้อน เพราะมีการอนุมัติเรื่องของเศรษฐกิจไปหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจเพื่อใช้กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ ด้วยการจัดตั้ง “บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ” มีสภาพเป็นหน่วยงานราชการ แต่ดำเนินงานโดยอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจและพัฒนารัฐวิสาหกิจในฐานะผู้ถือหุ้นเหมือนกับกระทรวงการคลัง ดูแลรัฐวิสาหกิจ 12 บริษัท เช่น ปตท. การบินไทย ท่าอากาศยานไทย อสมท. ธนาคารกรุงไทย บริษัทไปรษณีย์ไทย

เส้นผมบังตาศก.ดิจิทัล “Human Error” แปลงเอกสาร ลวงตัวตนโอนเงินบัญชีออนไลน์

เป็นเรื่องและกรณีศึกษาที่น่าสนใจ จากข่าวผู้ประกอบการค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ใน จ.พระนครศรีอยุธยาถูกคนร้ายทำทีสั่งซื้ออุปกรณ์ประดับยนต์ ล่อลวงขอเลขที่บัญชีและหน้าบัตรประชาชน จากนั้นโดนคนร้ายปลอมแปลงเอกสารให้ธนาคาร และแอบแฝงตัวเป็นลูกค้าเครือข่ายมือถือ เพื่อโอนเงินเจ้าทุกข์ผ่านระบบบริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ประชาชนไทยตื่นตระหนกและเกิดความระแวง เกิดความไม่มั่นใจในการทำระบบบริการการเงิน การทำธุรกรรมออนไลน์มากยิ่งขึ้น

1 22 23 24 25 26 28