กรมชลฯเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำตามศาสตร์พระราชา

กรมชลฯเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำตามศาสตร์พระราชา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำได้มีพระราชกระแสให้เร่งรัดงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรได้ตามพระราชประสงค์

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้นำร่อง 22 จังหวัดเร่งดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ สำหรับการดำเนินงานพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพโครงการชลประทานขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทานได้ทำ MOU ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระเพื่อดำเนินโครงการสืบสานงานโครงการชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดำริแบบบูรณาการ จากการทบทวนผลสำรวจโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศ พบว่าในปัจจุบันมีโครงการที่ยังไม่มีระบบชลประทานมีทั้งหมด 1,645 โครงการ มีทั้งที่เป็นฝาย อ่างเก็บน้ำ และรูปแบบอื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งกรมชลประทานจะเร่งศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้คลอบคลุมในทุกมิติ เพื่อดำเนินการก่อสร้างระบบชลประทานให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ในทั่วทุกภาคของประเทศ ที่จะได้มีแหล่งน้ำสำหรับเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี

             ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายเป็น 1 ใน 22 จังหวัดนำร่อง จากการสำรวจพบว่ามีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวมทั้งสิ้น 242 โครงการ เป็นโครงการที่มีระบบชลประทานจัดส่งน้ำแล้ว 187 โครงการ และอีก 55 โครงการยังไม่มีระบบชลประทานต้องส่งน้ำตามลำน้ำเดิม จึงเป็นที่มีของการดำเนินงานโครงการเพิ่มศักยภาพด้วยการปรับปรุง พัฒนาและต่อยอดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรวม 242 โครงการในจังหวัดเชียงรายให้สามารถการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพในฤดูฝนและฤดูแล้ง

  ด้าน นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ที่ปรึกษาและปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและการพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานพระราชดำริ กล่าวว่าในการดำเนินงานได้น้อมนำองค์ความรู้ 6 มิติ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งประกอบด้วย น้ำ ดิน เกษตร พลังงานทดแทน ป่า และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริคือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตลอดจนหลักการทรงงานและหลักการโครงการมาใช้ในการดำเนินงานโครงการนี้ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นเพื่อให้คนในชุมชนพออยู่พอกินแบบพอเพียง และเกิดความยั่งยืนในที่สุด

  นายณรงศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยว่าตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงรายเมืองเกษตรสีเขียว ซึ่งต้องใช้น้ำเป็นปัจจัยหลักจึงต้องดำเนินงานพัฒนาและสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ที่ผ่านมามีการพัฒนาแหล่งน้ำในหลายรูปแบบ ที่สำคัญเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งอ่างเก็บน้ำ ฝาย ประตูระบายน้ำ ดังนั้นการดำเนินงานงานภายใต้โครงการนี้ จะทำให้เกษตรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีน้ำสนับสนุนทั้งการเกษตรและการอุปโภคบริโภค

  “จากการลงพื้นที่และมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงรายของอ่างเก็บน้ำแม่ข้าวต้มท่าสุด ตำบลท่าสุด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และ อ่างเก็บน้ำแม่มอญ ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นอกจากนั้นยังมีโครงการชลประทานขนาดเล็กที่ส่วนราชการถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ฝายห้วยส้าน ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโครงการที่กลุ่มผู้ใช้น้ำต้องดำเนินการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถใช้งานได้ดีกว่าเดิมและพร้อมที่จะร่วมกันลงแรงในการดำเนินงานโดยมีภาครัฐและเอกชนร่วมกันสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวในที่สุด

  นายขยัน พรมโวหาร ผู้ใหญ่บ้านตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่มอญ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บอกว่าเดิมชาวบ้านที่นี่ทำนาได้ปีละครั้งในช่วงฤดูฝนเท่านั้น จึงได้ทำหนังสือถวายฎีกาขออ่างเก็บน้ำต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และทรงรับไว้ให้กรมชลประทานมาก่อสร้างในปีพ.ศ. 2535  ใช้ระยะเวลา 1 ปีก็แล้วเสร็จ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทุกคนที่นี่สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปีทั้งพืชสวนพืชไร่ทำให้ชีวิตของราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนจึงปัจจุบัน ในแต่ละปีก็จะช่วยกันทำความสะอาดเขื่อนและคลองส่งน้ำปีละ 2 ครั้ง แต่ด้วยคลองส่งน้ำยังเป็นคลองดินจึงเกิดการสูญเสียน้ำและดูแลรักษาลำบาก กลุ่มผู้ใช้น้ำจึงต้องการปรับให้เป็นคลองดาดคอนกรีต และต้องการวางระบบคลองส่งน้ำจากสายซอยเข้าสู่ในแปลงน้ำหรือคลองไส้ไก่ โดยจากการพูดคุยหากมีวัสดุอุปกรณ์ ชาวบ้านจะช่วยกันลงแรงในการทำงาน เพื่อให้สามารถใช้น้ำจากโครงการที่ได้รับพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้เกิดสูงสุด

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 088-924-4942

แสดงความคิดเห็น