“ดร.สมฤดี” ย้ำทฤษฎี Emotional Branding ตอบโจทย์ Baby Boomers ผู้ยังกระฉับกระเฉง

“ดร.สมฤดี” ย้ำทฤษฎี Emotional Branding ตอบโจทย์ Baby Boomers ผู้ยังกระฉับกระเฉง

ตอนที่แล้วเราจบบทความที่ถูกถ่ายทอดโดย ดร.สมฤดี ศรีจรรยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเศรษฐศาสตร์การตลาด ถึงประเด็นในเรื่องของยุทธศาสตร์การแยกกลุ่มลูกค้าเพื่อแยกอารมณ์และวิถีดำเนินชีวิต ที่อ้างอิงจากหนังสือ Emotional Branding โดย Marc Gobe ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการสร้างแบรนด์ ซึ่งได้มีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคที่ใหญ่สุดเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆคือกลุ่มผู้อาวุโสที่เกิดหลังสงครามที่เรียกว่า Baby Boomers ซึ่งอายุประมาณ46 – 65 ปี ,กลุ่มผู้ใหญ่เต็มตัว คือ Generation X ซึ่งช่วงหนึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ แต่บัดนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับกลางและสูง กำลังรุ่งอายุระหว่าง 29 – 45 ปี และส่วนกลุ่มที่ถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน คือกลุ่ม Generation Y อายุประมาณ 10 – 28 ปี โดยทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวนี้มีวิถีชีวิต ประสบการณ์ แรงบันดาลใจ อารมณ์ นิสัย ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด มุมมองชีวิต โลกและสังคมก็แตกต่าง ภาษาที่ใช้ เพลงที่นิยม ความบันเทิงที่ชื่นชอบ แยกจากกันเห็นได้ชัดเจน

สัปดาห์นี้มาว่ากันต่อกับมุมมองของดร.สมฤดีที่ถ่ายทอดในงานเขียนของเธอ ซึ่งจะได้มาอธิบายความกันต่อ โดยเธอบอกว่า Marc Gobe ได้ให้ข้อสังเกตว่าในขณะที่รุ่นอาวุโสส่วนใหญ่อยู่ในวัยใกล้เกษียณ หรือเกษียณแล้วกำลังค่อย ๆปลดระวางตัวเอง สังคม เศรษฐกิจ บ้านเมืองจึงอยู่ในมือของผู้รับช่วงคือ Generation X และ Generation Y ที่ประสบความสำเร็จเร็ว รวยเร็ว และก้าวมามีบทบาทในสังคมเศรษฐกิจมากขึ้น บรรดาสินค้าที่ยั่งยืนมาตั้งแต่ยุค Baby Boomers ก็ต้องรีบปรับตัวใหม่ให้เข้ากับวิถีชีวิตและแรงบันดาลใจของ Gen X มิฉะนั้น จะกลายเป็นสินค้าตกรุ่น ล้าหลัง และโรยราไป

ส่วน Gen Y นั้นยิ่งต้องแยกกลุ่มต่างหากออกไป เพราะวิธีคิดกับผู้อาวุโสมีช่องว่างระหว่างวัยและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันสิ้นเชิง การมองตลาดและกลุ่มลูกค้าด้วยทฤษฎี Emotional Branding จะทำให้เข้าใจความคิดของแต่ละกลุ่มมากขึ้นเพราะบางครั้งการทำวิจัยไม่สามารถหาเหตุผลหรืออารมณ์ลึก ๆที่ซ่อนอยู่ ทำให้การวางแผนผิดพลาดได้

กลุ่มผู้อาวุโส (Baby Boomers) “ผู้ยังกระฉับกระเฉง”

ดร.สมฤดียังได้อธิบายความต่อถึงกลุ่มดังกล่าวว่า คือกลุ่มที่เกิดระหว่างปี 1946 – 1964 เท่ากับมีอายุระหว่าง 46 – 65 ปี มีจำนวนประมาณ 81 ล้านคน คิดเป็น 30% ของประชากรในสหรัฐแต่มีกำลังซื้อสูงสุดถึง 900,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยกลุ่มผู้อาวุโสนี้มีประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชนจากสภาพเศรษฐกิจที่สาหัสหลังสงครามโลกครั้งที่สอง บ้านเมืองเสียหายพังทลายยับเยินคนตกงาน ขาดแคลนทั้งสิ่งจำเป็นในชีวิต ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ ต่อสู้ใหม่ สร้างใหม่ สภาพบ้านเมืองตกอยู่ในระหว่างสงครามเย็นระหว่างรัสเซียกับสหรัฐที่ต่างฝ่ายต่างก็ทุ่มกำลังสะสมอาวุธนิวเคลียร์กันเต็มที่ ทุกประเทศทั่วโลกอยู่ระหว่างฟื้นฟูเศรษฐกิจ คนยุคนี้ต่อสู้ด้วยความยากลำบากกว่าจะประสบความสำเร็จจึงมีความมั่นใจในตัวเองสูง เมื่อเชื่ออะไรก็ปักใจไม่ยอมเปลี่ยนง่าย ชอบเพลงยุค Elvis และ The Beatles, Cliff Richard, Andy Willams ซึ่งถือเป็นยุครุ่งของเพลง Sixties และ Seventies นิยมวีรบุรุษ JFK James Bond ภูมิใจ มั่นใจในความยิ่งใหญ่ของรถอเมริกันที่ครองโลก ไม่ว่าจะเป็นคาดิลแลค บิวอิค มัสแตง ถือเรื่องสถานภาพสังคมเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ยอมรับเรื่องความแก่ ยังคิดว่าตัวเองแข็งแรง ทำงานได้ดี ฉลาด และมีความคิดเหนือคนรุ่นหลัง

ความอยากเป็นหนุ่มสาวตลอดกาล “Forever Young”

นอกจากนี้เธอยังได้กล่าวต่อว่า ด้วยวิวัฒนาการก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้คนอายุยืนยาวขึ้น แข็งแรงมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้น ทำให้คนกลุ่มนี้ขยายใหญ่ยิ่งขึ้นจาก 30% ของประชากรอเมริกัน ประเมินว่า ในอนาคตจะเพิ่มเป็น 50% ซึ่งจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดที่นักการตลาดจะมองข้ามไม่ได้เลย และแนวโน้มนี้กำลังจะขยายไปทั่วโลกเช่นเดียวกัน

ผู้อาวุโสเหล่านี้ซึ่งก่อนนี้เคยเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี ปัจจุบันสามารถทำงานต่อได้จนถึง 65 ปีเป็นอย่างน้อย คนเหล่านี้ยังแข็งแรงกระฉับกระเฉงและไม่คิดว่าตัวเองแก่ (อายุเป็นเพียงตัวเลข) หลายคนคิดว่ายังสามารถทำงานต่อได้อีกนาน สินค้าใดที่ตรงกับแรงบันดาลใจดังกล่าว ช่วยสร้างเสริมความแอ็กทีฟ ความสมาร์ท กระฉับกระเฉง ถ้าเป็นผู้หญิงสูงวัยก็ยิ่งจะพิถีพิถันในการเลือกสินค้า ใช้สินค้าที่ดี ยอมลงทุนเพื่อรักษาความสวยงามให้ยืนนาน

รายการโทรทัศน์ที่ส่งเสริมและยกย่องทำให้คนเหล่านี้รู้สึกทันสมัย นิตยสารพิเศษที่ตรงกลุ่มจะได้รับความนิยม สินค้าที่จับอารมณ์ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหารสุขภาพ เครื่องไฟฟ้า เครื่องใช้ไม้สอย บ้านที่อยู่อาศัย สินค้าสุขภาพ กีฬา โรงแรม บริการ ท่องเที่ยว คอนเซ็ปต์โฆษณาที่นอกจากไม่ดูถูกว่าคนเหล่านี้เป็นคนแก่ กลับกันถ้ายิ่งยกย่องเชิดชูทำให้ภูมิใจ ทำให้เกิดความสำคัญ จะประสบความสำเร็จอย่างสูง

การใช้หลัก Emotion Branding เพื่อทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกสบาย มั่นใจ และมีคำตอบตรงกับที่เขาปรารถนาและต้องการการใช้ Presenter หรือ Celebrities คนดังที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวเองได้ง่าย ผู้หญิงในวัยหลัง 50 ปี ที่มีปัญหาเรื่องส่วนตัว เรื่องเพศ เรื่องสุขภาพ เรื่องความโรยราของสังขาร ก็จะยิ่งแสวงหาสินค้าที่ชดเชย หรือเพิ่มพูนเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา

เช่นเดียวกับผู้ชายวัยอาวุโสที่ทำงานแข่งกับคนรุ่นใหม่ที่วัดรอยเท้าตลอด ก็จะต้องแสวงหาสิ่งที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าด้อยเปรียบ เขายังเก่งกว่า ฉลาดกว่า ลึกกว่า เห็นโลกมามากกว่า ยิ่งสินค้าใดที่ทำให้เขามั่นใจไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เนคไท รถยนต์ ห้องทำงาน บ้าน เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ ก็ถือว่าจับจุดได้ถูกต้องโดนใจ ถ้าเเบรนด์ใดทำให้เขารู้สึกว่าเขายังเป็นคนสำคัญ มีบารมี และมีอิทธิพลเหนือกว่าคนหนุ่มรุ่นหลัง และไม่มีใครท้าทายได้ ทำให้เขารักษาสถานะเดิมไว้ได้นานที่สุดเท่าใดก็ยิ่งดี แม้ลึก ๆคนรุ่นนี้จะไม่ชอบสินค้าไฮเทคสิ่งที่ซับซ้อนยุ่งยาก เพราะใช้วิธีสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นผู้ลงมือทำตัวเองไม่ทำ แต่ในภาพยนตร์ระยะหลังจะเห็นพระเอกคนรุ่น Baby Boomers ที่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างชำนาญ สามารถเข้าเว็บหาข้อมูล เป็นการต่อสู้ในเรื่อง Cyber ซึ่งผู้บริหารระดับสูงในภาพยนตร์จะแสดงให้เห็นความเป็นวีรบุรุษของคนเหล่านี้ ซึ่งถูกใจส่วนลึก ๆของพระเอกในฝัน และเป็นแรงกระตุ้นให้คนเหล่านี้อยากพัฒนาตัวเองบ้างไม่ให้ตกรุ่นและอับอายคนรุ่นใหม่

รายการโทรทัศน์ที่ส่งเสริมและยกย่องทำให้คนเหล่านี้รู้สึกทันสมัย นิตยสารพิเศษที่ตรงกลุ่มจะได้รับความนิยม สินค้าที่จับอารมณ์ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหารสุขภาพ เครื่องไฟฟ้า เครื่องใช้ไม้สอย บ้านที่อยู่อาศัย สินค้าสุขภาพ กีฬา โรงแรม บริการ ท่องเที่ยว คอนเซ็ปต์โฆษณาที่นอกจากไม่ดูถูกว่าคนเหล่านี้เป็นคนแก่ กลับกันถ้ายิ่งยกย่องเชิดชูทำให้ภูมิใจ ทำให้เกิดความสำคัญ จะประสบความสำเร็จอย่างสูง

บทความในตอนนี้อาจจะยาวไปสักนิด เพราะเนื้อหากำลังเข้มข้นอยากให้ติดตามกันไปอย่างต่อเนื่อง เพราะนี่คือสาระสำคัญที่คนทำธุรกิจจะต้องรู้ และตัวของดร.สมฤดีเองก็มีความตั้งใจและเต็มใจอย่างแท้จริงที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่เธอเขียน ไว้ติดตามกันต่อในตอนหน้ารับประกันว่ายังคงความเข้มข้นไว้เช่นเดิม แล้วพบกันในตอนหน้า

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 088-924-4942

แสดงความคิดเห็น