นายกฯ ขอ “คำพูด” เชิงสร้างสรรค์ เป็นของขวัญปีใหม่

นายกฯ ขอ “คำพูด” เชิงสร้างสรรค์ เป็นของขวัญปีใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 ว่า รัฐบาลและ คสช. ได้พยายามที่จะทำให้ทุกคนได้รับความสุขและความพอใจอย่างยั่งยืน มากกว่าความพอใจเพียงชั่วคราว โดยไม่ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่ทำมาในสมัยของรัฐบาลก่อนๆ โดยให้ความสำคัญกับการวางรากฐาน หรือวางโครงสร้าง ที่จะช่วยสร้างความยั่งยืน ให้กับรายได้ของพี่น้องประชาชนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรและชุมชน โดยส่งเสริมให้มีความรู้ ในเรื่องที่ทำอยู่ และมีข้อมูลในการตัดสินใจ ยกระดับเป็น smart farmer ที่พึ่งพาตัวเองได้ และผลิตสินค้ามีคุณภาพ การทำเกษตรแปลงใหญ่ ที่มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยมีภาครัฐสนับสนุน กลุ่มเกษตรกรมีการบริหารจัดการร่วมกันเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ราคาเป็นธรรม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจน การจัดการด้านการตลาด การส่งเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจง /รวมถึง การใช้กลไกการดำเนินงานของบริษัทประชารัฐรักสามัคคี เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน
  2. การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เช่น การพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ การยกระดับนวัตกรรมและผลิตภาพ การส่งเสริม SMEs ทั้งในเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพ และการถ่ายทอดทักษะการบริหารจัดการจากบริษัทขนาดใหญ่ ในโครงการพี่ช่วยน้อง การดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต และการขนส่ง
  3. สร้างโอกาสให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดเล็ก ผ่านโครงการตลาดชุมชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรมีช่องทางในการเชื่อมโยงกับธุรกิจ เช่น ตลาดประชารัฐ ตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่น รวมถึง การส่งเสริม SMEs และ Startups เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้ดีขึ้น การพัฒนาศักยภาพของสินค้า OTOP และการพัฒนา e-Commerce ในการเป็นช่องทางขยายตลาดของเกษตรกรและ SMEs

ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวจะมุ่งแก้ปัญหาด้านโครงสร้างที่สั่งสมมานาน และ ลดการพอกพูนปัญหาเดิม ๆ เนื่องจากประชาชนยากจน ไม่มีสินทรัพย์ ไม่มีทุน จึงยากที่จะเข้าถึงช่องทางของโอกาส หรือสร้างความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันระบบทุนเสรี การค้าเสรี เข้มแข็งขึ้นตามลำดับ เช่นการพัฒนาแบบตะวันตก เจริญเติบโตเร็ว แต่อาจจะไม่ยั่งยืน ยิ่งทำให้ปัญหารุนแรง จากสถิติหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าจำนวนคนยากจนของประเทศไทยลดลงน้อยมากในแต่ละปี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหมดสิ้นไป เมื่อคนเก่าหมดไป คนใหม่ก็เข้ามาแทน

ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันตรวจสอบว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน และทำอย่างไรจึงจะยั่งยืน ช่วยกันแก้ปัญหาจากต้นตอ และ สร้างการเรียนรู้ รับรู้ถึงแนวทางที่ถูกที่ควร ไม่ว่าจะรัฐบาล คสช.  นายกรัฐมนตรี หรือ พรรคการเมือง  กลุ่มการเมือง ต้องช่วยกัน

ระบอบประชาธิปไตย ระบบการค้าเสรี เกี่ยวข้องกันทั้งหมด อาจจะเป็นระบอบที่ทุกคนคิดว่าดีที่สุด แน่นอนในปัจจุบันทุกคนในโลกนี้ได้ยึดถือมาใช้ คือเรื่องระบอบประชาธิปไตย ทุนเสรี ค้าเสรี ทุกอย่างเมื่อมีดี ก็ต้องมีไม่ดี เราจะมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้อย่างไร ในเรื่องของการลดผลกระทบหรือมีผลข้างเคียงด้วย แต่เมื่อเราตัดสินใจแล้ว ว่าจะเป็นประชาธิปไตย เราควรจะร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยประชาธิปไตย”แบบมีส่วนร่วม” กันให้มากขึ้น ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ หยุดโทษกันไปมา จะผิดจะถูกกฎหมายว่าไงก็จบกันตรงโน้น ตรงนี้ก็ต้องเดินหน้าประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปีใหม่ปีนี้ หากจะมอบของขวัญให้ตน ตนขอเพียงอย่างเดียว ตนอยากฟังคำพูดในเชิงสร้างสรรค์แค่นั้น ถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าใครจะเป็นรัฐบาลก็ยังไม่รู้ ถ้าท่านได้เป็นก็ต้องเจอปัญหานี้อยู่ดี แล้วท่านจะทำแบบเดิมหรือ ตนคิดว่าประชาชนไม่ยอมรับกับการที่จะใช้งบประมาณแบบเดิม หลายอย่างกฎหมายก็แก้ไขปรับปรุงไปแล้ว ไม่ได้ปิดกั้นท่าน เพียงแต่ต้องทำให้ถูกต้องเท่านั้นเอง เราจึงไม่ควรกลับมาทำ ในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว อย่าให้การเกษตรของเรากลับไปเป็นปัญหาการเมืองอีกต่อไป เพราะประชาชนเป็นผู้เดือดร้อน การเมือง พรรคการเมืองก็เดือดร้อน เดือดร้อนกันทั้งคู่

ฉะนั้นอย่ามาอ้างประชาชนยากจน รายได้ไม่เพียงพอแต่ไม่ช่วยกันแก้ไข โดยแก้ไขแบบเดิมๆ ตนว่าน่าสงสาร น่าสงสารประเทศไทย น่าสงสารประชาชน

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น