“สมคิด”สั่ง บีโอไอ บุกอุตสาหกรรมยุคหน้า

“สมคิด”สั่ง บีโอไอ บุกอุตสาหกรรมยุคหน้า

บีโอไอตั้งเป้ายอดขอส่งเสริมลงทุนปีนี้ 720,000 ล้านบาท เพิ่มร้อยละ 12 จากเป้าปี60 เน้นการส่งเสริมด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมเกษตรยุคใหม่ กลุ่มอุตสาหกรรม New S Curve , Digital พร้อมให้กับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมในโซน EEC

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) พร้อมมอบนโยยายส่งเสริมการลงทุนปี2561 โดยระบุว่า ยอดยื่นโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2560 เกินเป้าหมายร้อยละ 22 และในจำนวนนี้ เป็นโครงการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษหรืออีอีซีถึงร้อยละ 46  สำหรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ได้มอบหมายให้บีโอไอจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นด้านอุตสาหกรรมการเกษตรให้มากยิ่งขึ้นทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นการผลิตการแปรรูปอาหารแห่งอนาคต ทั้งนี้เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งรวมไปถึงไบโอเทคโนโลยี การส่งเสริมการลงทุนในอุุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวครบวงจร การลงทุนในสถาบันการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Digital และอื่นๆเพื่อรองรับแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้บีโอไอจะจัดงาน Opportunity Thailand ในวันที่ 19 มีนาคม2561 โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด Thailand taking off เพื่อแสดงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค รวมถึงให้นักลงทุนได้ทราบความคืบหน้าและผลจากการดำเนินงานตามนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล และเข้าใจจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจประเทศไทย

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดงาน Thailand taking off ถือเป็นงานที่จะแสดงถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการลงทุนของประเทศไทยและเป็นจุดเริ่มการลงทุนรอบใหม่หลังจากปีที่ผ่านมามีการปลดล็อคในเรื่องต่างๆ ทั้งกฎหมายและเรื่องอื่นๆรวมถึงการทำสมาร์ทวีซ่า

การจัดงานครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้นโดยเศรษฐกิจโลก ธนาคารโลกประเมินว่าขยายตัวดีสุดในรอบ 10 ปีขณะที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ทั้งนี้มั่นใจว่าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. … หรือ ร่าง พ.ร.บ. อีอีซี จะผ่านการพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สมช. ก่อนเดือนมีนาคมนี้ รวมถึง ทีโออาร์ของรถไฟความเร็วสูงก็จะจัดทำแล้วเสร็จในช่วงนี้เช่นกันขณะที่การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาก็จะทำ market sounding ครั้งแรก ทั้งนี้การกระชับความสัมพันธ์ซึ่งถือเป็นการปลดล็อค ทั้งสหรัฐอเมริกาและยุโรป ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่นักลงทุนจะสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นด้วย จากปัจจุบัน นักลงทุนที่เข้ามาในประเทศไทย ที่เป็นนักลงทุนจากจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นสำคัญ

นางสาวดวงใจ อัศวินจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่า ปี2561 บีโอไอตั้งเป้าหมายยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน 720,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายปี 2560 ที่ตั้งไว้ 600,000 ล้านบาทคิดเป็นคิดเป็นร้อยละ 12 นับเป็นการตั้งเป้าหมายที่เพิ่มสูงขึ้นแล้วจากที่ปกติจะตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10

สำหรับผลการดำเนินงานในปี2560 ที่ผ่านมา บีโอไอ มียอดนักลงทุนยื่นโครงการขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมรวม 1,456 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 641,978 ล้านบาท สูงกว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ 600,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการยื่นขอลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี 388 โครงการมูลค่าเงินลงทุน 296,889 ล้านบาท

ทั้งนี้มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด 641,978 ล้านบาทเป็นการยื่นขอรับส่งเสริมใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นมูลค่า 392,141 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม 241,055 ล้านบาทและอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่หรือ New S Curve 151,087 ล้านบาท

สำหรับปี 2561 บีโอไอ มีแผนส่งเสริมการลงทุนเพื่อสานต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทย 4.0 และผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่อีอีซี

เลขาธิการบีโอไอ กล่าวเพิ่มเติมว่า บีโอไอยังคงมีแผนเดินสายชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศและกำหนดประเทศเป้าหมายเช่น ประเทศญี่ปุ่นจีนและฮ่องกง เกาหลีใต้ ยุโรป เป็นต้น เพื่อเผยแพร่นโยบายและรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ และรัฐบาล ในการเดินสายชักจูงการลงทุน จะประกอบด้วยคณะชักจูงการลงทุนที่นำโดยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีรวมจำนวนไม่น้อยกว่า 5 ครั้งและคณะชักจูงการลงทุนซึ่งนำโดยผู้บริหารบีโอไอรวมจำนวนกว่า 30 ครั้ง ในปีนี้ บีโอไอ จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนในพื้นที่อีอีซี อีกไม่น้อยกว่า 15 ครั้งโดย กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการชักจูงการลงทุนในกลุ่มประเทศที่มีการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องซึ่งสถิติขอรับส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ในปี 2560 พบว่าอันนับหนึ่งคือ โครงการทุนจากประเทศญี่ปุ่นมูลค่า 133,002 ล้านบาทอันดับ 2 คือสิงคโปร์มูลค่า 40,366 ล้านบาทอันดับ 3 คือจีน 27,514 ล้านบาท อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา 20,022 ล้านบาทและอันดับ 5 เนเธอร์แลนด์ 15,842 ล้านบาท

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น