พิษสุนัขบ้าระบาด เจอกัด รีบล้างแผลแล้วหาหมอ

พิษสุนัขบ้าระบาด เจอกัด รีบล้างแผลแล้วหาหมอ

“เตือนประชาชนหากถูกสุนัข แมว กัดหรือข่วน ขอให้รีบทำความสะอาดแผล แล้วไปพบแพทย์ทันที เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า”

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2561 มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย คือที่จ.สุรินทร์ สงขลา และตรัง ซึ่งทั้ง 3 ราย ไม่ไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า

ส่วนในปี 2560 ที่ผ่านมา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า 11 ราย จากการสอบสวนโรคพบว่าเมื่อถูกสุนัขกัดส่วนใหญ่ล้างแผลที่บ้านร้อยละ 82 ไปรักษาที่สถานพยาบาลเพียงร้อยละ 18 โดยสุนัขที่กัดเกือบครึ่งหนึ่งเป็นสุนัขจรจัด และพบว่าไม่มีประวัติหรือไม่ทราบการได้รับวัคซีนถึงร้อยละ 89.7

 

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อน อากาศที่ร้อนอย่างต่อเนื่องอาจทำให้สุนัขหงุดหงิดง่าย อาจได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าจากที่สุนัขของตนเองไปเล่นกับสุนัขจรจัดนอกบ้านได้

กรมควบคุมโรคจึงออกประกาศแนะนำวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ผู้เลี้ยงสุนัขหรือแมวควรนำสัตว์ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และหากถูกสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติกัดหรือข่วน ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยโปรวีดีนหรือแอลกอฮอล์ จากนั้นรีบไปสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าให้เร็วที่สุด โดยต้องฉีดวัคซีนให้ครบชุดและตรงตามนัด จึงจะได้ผลเพราะหากติดเชื้อพิษสุนัขบ้า และปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อเข้าสู่ระบบประสาท แสดงอาการป่วยแล้ว ไม่สามารถรักษาได้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตทุกราย

ขอให้ทุกคนช่วยกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยนำสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ไปฉีดวัคซีน ครั้งแรกเมื่ออายุ 2-4 เดือน และ
ฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรระมัดระวังเด็กในการเล่นกับสัตว์เลี้ยง ไม่ควรเล่นใกล้ชิดเกินไป ไม่แหย่หรือรบกวนสุนัข หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ ทั้งนี้หากประชาชนพบสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตาย  หรือมีอาการอัมพาต ขาอ่อนแรง คลุ้มคลั่งมีอาการทางสมอง โปรดแจ้งไปที่กรมปศุสัตว์ 02-653-4412 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามไปที่โทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

แสดงความคิดเห็น