ครม.ผ่าน ร่าง พ.ร.ก.คุมสกุลเงินดิจิตอล และงบกลางปี 61

ครม.ผ่าน ร่าง พ.ร.ก.คุมสกุลเงินดิจิตอล และงบกลางปี 61

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบที่จะจัดทำร่าง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอล ป้องกันปัญหาฟอกเงิน และจัดเก็บภาษีให้เป็นธรรมกับระบบอื่น พร้อมกันนี้ก็อนุมัติงบประมาณกลางปีจำนวน 1.5 แสนล้านบาทเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยแบ่งแผนออกเป็น 3 ด้าน

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการ จัดทำร่าง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิตอล เนื่องจากที่ผ่านมาสกุลเงินดิจิตอลเริ่มมีการระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมดูแลชัดเจน  เพื่อไม่ให้มีปัญหาการฉ้อโกงประชาชน  ปัญหาการฟอกเงิน  และไม่ให้เกิดการเสียโอกาสทางธุรกิจ  จึงได้ออก พ.ร.ก.เข้ามากำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิตอล  โดยสาระสำคัญจะกำหนดแนวทางการกำกับดูแล และการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย

ด้วยการกำหนดให้ นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องในตลาด ทั้งศูนย์กลางการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล โบรกเกอร์หรือตัวแทนจำหน่าย ดีลเลอร์ ต้องมาลงทะเบียนกับส่วนราชการเพื่อให้อยู่ในการกำกับดูแล สำหรับสกุลเงินดิจิตอล หากมีการซื้อขายแล้วมีกำไรต้องประเมินสินทรัพย์ตีมูลค่าภาษีกับกรมสรรพากร  ขณะที่สกุลเงินดิจิตอลบางประเภทเช่น โทเค่น มีลักษณะเหมือนกับหุ้น มีทั้งกำไรส่วนต่างจาการซื้อขาย และการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ลงทุน ดังนั้นจึงต้องเสียภาษีร้อยละ 10 ของเงินปันผลด้วยอีกทางหนึ่ง ให้ความเป็นธรรมกับนักลงทุนในหุ้น สำหรับรายละเอียดทั้งหมดต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เพื่อนำกลับเสนอ ครม.พิจารณา คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในสัปดาห์ข้างหน้า.

 

เข็นงบกลางปี 1.5 แสนล้านบาทพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ นายณัฐพร ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2561 หรืองบกลางปี วงเงิน 150,000 ล้านบาท เพื่อจัดทำรายละเอียดโครงการ แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล 100,358  ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 49,641 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้แต่ละกระทรวงใช้ดำเนินการตามนโยบาย หลังจาก ครม.ได้เห็นชอบกรอบวงเงินไปแล้วช่วงที่ผ่านมา  โดยงบดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น  3 ด้าน คือ 1.แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตวงเงิน 21,078 ล้านบาทเพื่อยกระดับสวัสดิการส่งเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพการจ้างงานผู้มีรายได้น้อย  มอบหมายให้ส่วนงานของกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ดำเนินการ

 

  1. แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและพัฒนาศักยภาพชุมชนวงเงิน 50,378 ล้านบาท ในการพัฒนาและสร้างอาชีพในชุมชน สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชน โครงการดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกองทุนหมู่บ้าน วงเงิน 35,358.1 ล้านบาท

 

  1. ยุทธศาสตร์ด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มุ่งปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร 24,300 ล้านบาท  เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้แก่เกษตรกรรายย่อย ส่งเสริมตลาดสมัยใหม่แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร กระทรวงรับผิดชอบ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย

 

จากยุทธศาสตร์ทั้ง 3 ด้าน เมื่อแยกเป็นรายกระทรวง นับว่ากองทุนและเงินทุนหมุนเวียนได้รับจัดสรร 34,022 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินเข้าบัตรสวัสดิการฯ  กระทรวงมหาดไทยได้รับวงเงิน 31,875 ล้านบาท  กระทรวงเกษตรได้รับจัดสรร 22,742 ล้านบาท ที่ประชุมเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณตามแผนโดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการพัฒนาอาชีพให้ผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ทั้งนี้ คาดว่าร่าง พ.ร.บ.งบกลางจะเข้าสู่การพิจารณาของ สนช.วาระแรกในวันที่ 22 มีนาคมนี้ จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมฯ ในวันที่ 30 มีนาคม ศกนี้

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น