เศรษฐกิจแข็งแรง การลงทุนใหม่จะมาในอัตราเร่ง (ชมคลิป)

เศรษฐกิจแข็งแรง การลงทุนใหม่จะมาในอัตราเร่ง (ชมคลิป)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงนี้แข็งแรง บรรยากาศเหมาะแก่การลงทุน เชื่อมั่นว่าจากนี้ต่อไปจะเป็นไปในอัตราเร่ง แต่ไทยยังขาดบุคลากรที่จะเข้ามาสนับสนุนอุตสาหกรรมใหม่ รัฐยังมุ่งเน้นปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจใน 4 ด้าน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวในงานสัมมนา “Go Thailand เพื่อการลงทุนเพื่ออนาคต” ที่จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ โดยได้กล่าวว่าขณะนี้ต่างชาติให้ความมั่นใจด้านการลงทุนของไทยในระดับที่ดีขึ้น โดยสื่อ US News ได้จัดอันดับประเทศอยู่ในสถานภาพน่าลงทุนในลำดับที่ 8 จาก 20 ประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลที่ดีต่อบรรยากาศการลงทุนในปีนี้ของไทยอย่างแน่นอน ซึ่งตัวเลขทางเศรษฐกิจก็บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยสภาพเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ฟื้นตัวดีขึ้น ตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 4 หรือหากจะมองในมุมของการส่งออกก็ขยายตัวถึงร้อยละ 9.7 นับว่าดีที่สุดในรอบ 6 ปี ตนเองเชื่อมั่นว่าจากปัจจัยที่พร้อมหลายประการ จากนี้ต่อไปการเติบโตของการลงทุนใหม่จะไปในอัตราเร่ง

 

แม้ว่าบรรยากาศการลงทุนของไทยจะดีขึ้น แต่ในแง่ของยุทธศาสตร์เพื่อการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไทยจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนการลงทุน โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้วางไว้ถึง 20 ปี และสอดรับกับนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยยึดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อน สิ่งเหล่านี้ไทยจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านบุคลากรมาตอบสนองกับเทคโนโลยีในยุค 4.0 ที่ต้องคลุกคลีกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเป้าหมายในการพัฒนาโครงสร้างทางเศรษฐกิจแบ่งออกเป็นองค์ประกอบสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ 1.แก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ 2.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อให้พ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง 3.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ 4.รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก หรือ Local Economy จำเป็นต้องสร้างให้เกิดการพัฒนาจากภายในสู่ภายนอกตั้งแต่การเกษตรไปสู่การผลิต ต่อยอด้วยภาคบริการและการท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้ต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและมีมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้น ก่อประโยชน์ให้กับประเทศไทยมากขึ้น โดยการต่อยอดจาก 5 อุตสาหกรรมเดิม และเสริมด้วยอีก 5 อุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องส่งเสริมให้เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่อีกระดับได้ โดยรัฐบาลได้เตรียมทั้งงบประมาณตลอดจนเทคโนโลยีเป็นมาตรการการสนับสนุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้

 

นายอุตตมกล่าวในตอนท้ายว่า สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถมองข้ามได้คือปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและรวดเร็ว จึงได้มีการจัดตั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อมาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

 

ต่อมาในช่วงบ่ายของวันที่ 14 มี.ค. 61 ดร.อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรมได้ร่วมในพิธีเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม ไฮบริด ในรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อผลักดันการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และได้ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ประเทศไทยเริ่มมีโรงงานแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่มของอุตสาหกรรมยานยนต์ เป้าหมายต่อไปเราต้องการไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับโรงงานนี้เป็นแห่งแรกในอาเซียน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของบริษัท จึงได้เชิญชวนบริษัทมาพัฒนาบุคลากรในประเทศไทย และจะเป็นพลังใหม่ในการปรับเปลี่ยนประเทศ ตอนนี้เราต้องการคนเข้ามาทำงานได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้เปิดโอกาสกับคนที่จบด้านอาชีวะ เรื่องนี้เป็นนโยบายแล้วที่จะให้กระทรวงศึกษาและกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่ต้องมาร่วมมือกัน การพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่จะสำเร็จได้ต้องเกิดความเชื่อมโยง 3 ฝ่ายประกอบด้วย หน่วยการศึกษา ภาครัฐ และเอกชน

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น