รักษ์ “ตา” ให้มีสุขภาพดี

รักษ์ “ตา” ให้มีสุขภาพดี

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ใช้สายตาทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยเฉลี่ยประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน ยังไม่นับรวมการใช้สายตากับเครื่องมือสื่อสารอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้สายตาในการเพ่งมองทำให้คนในยุคปัจจุบันมีปัญหาทางด้านสายตาเร็วกว่าในสมัยก่อนมาก

คนที่ใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นประจำจะมีปัญหาเรื่องปวดเมื่อยล้าตา หรือแสบเคืองตาจากอาการตาแห้งได้  ดังนั้น

  1. ควรพักสายตาโดยทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องมองใกล้ (1-2 ฟุต) ประมาณ 5-10 นาทีต่อการทำงานคอมพิวเตอร์ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการเพ่งของสายตาบ้าง จะช่วยคลายการปวดเมื่อยล้าตาได้
  2. ด้านหลังจอคอมพิวเตอร์ไม่ควรมีแสงสว่างมาก เพราะจะรบกวนการมองจอคอมพิวเตอร์ เช่นไม่ควรตรงกับหน้าต่าง
  3. ศีรษะของเราควรอยู่สูงกว่าจอคอมพิวเตอร์เล็กน้อย จะได้ไม่ต้องเงยหน้ามองคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้เมื่อยล้าง่าย
  4. ถ้ามีอาการตาแห้ง เช่น แสบเคืองตา ให้กะพริบบ่อยขึ้นเพื่อกวาดน้ำตามาเคลือบผิวตา หรือพักการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะ ถ้ายังมีอาการมาก การใช้น้ำตาเทียมหยอดตาจะช่วยบรรเทาอาการได้
  5. อาจมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของสายตาก็ได้ที่ทำให้ปวดเมื่อยล้าตาง่าย เช่น คนสายตาเอียง หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีปัญหาเวลามองใกล้ การใส่แว่นตาจะช่วยแก้ปัญหาได้

การตรวจสุขภาพตา เป็นความจำเป็นสำหรับคนที่ใช้สายตามาก โดยให้ปฏิบัติดังนี้

  1. ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันลูกตาอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อตรวจหาต้อหิน โดยเฉพาะผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวเป็นต้อหิน เพราะบางคนอาจเป็นต้อหินได้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รักษาเป็นเวลานานจะทำให้สายตาเสื่อมลงหรือบอดได้ และไม่สามารถรักษาให้สายตากลับมามองเห็นได้
  2. ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน ควรตรวจจอประสาทตาเพื่อดูว่ามีเบาหวานขึ้นตาหรือไม่ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่พบว่าเป็นเบาหวาน ยกเว้นในผู้ที่เป็นเบาหวานตั้งแต่อายุน้อยกว่า 30 ปี ถ้าไม่มีตามัวลงผิดปกติ อาจรอ 5 ปี ค่อยเริ่มตรวจเป็นประจำปีละครั้งก็ได้ ถ้าจักษุแพทย์พบมีเบาหวานขึ้นตา การยิงเลเซอร์ที่จอประสาทตาอาจจะช่วยให้ในระยะยาวมีสายตาที่ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้ยิงเลเซอร์ แต่ไม่ได้ทำให้สายตาเห็นชัดขึ้น

 

ที่สำคัญคือควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานขึ้นตาได้ดี

เนื่องจากปัจจุบันนี้ คนส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องตาแห้งอันเกิดจากการจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือใช้คอนแท็กเลนซ์ ดังนั้นหลายคนจึงใช้วิธีหาซื้อน้ำตาเทียมหรือยาหยอดตามาแก้ปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำอันตรายมาสู่ลูกตา

  • ถ้าซื้อยาหยอดตาเองตามร้านขายยา ต้องระวัง เพราะถ้าได้ยาบางประเภท เช่น ยาสเตียรอยด์ ถ้าใช้หยอดตาไม่ถูกวิธีหรือหยอดเป็นเวลานาน อาจทำให้มีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ตา หรือทำให้เป็นต้อกระจกเเละต้อหินได้
  • ยาน้ำหยอดหูบางชนิดที่เขียนให้หยอดตาร่วมด้วย อาจนำมาใช้หยอดตาได้ แต่ถ้าระบุไว้เป็นเฉพาะยาหยอดหู ห้ามนำมาใช้หยอดตา เพราะอาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : มูลนิธิหมอชาวบ้าน

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น