ราชบุรี เมืองหน้าด่านศึกเก้าทัพ

ราชบุรี เมืองหน้าด่านศึกเก้าทัพ

สงกรานต์นี้อาจจะไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้ไปศึกษาท่องเที่ยวหากมีเวลาสัก 2 วัน 1 คืน เพราะนอกจากจะศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของเมืองราชบุรีแล้ว เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯและเป็นที่อยู่ของหลายชาติพันธุ์มานานแล้ว

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีเดิมเป็นศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่สร้างขึ้นในกลิ่นอายสถาปัตยกรรมตะวันตกในสมัยรัชกาลที่ 6 สู่การบูรณะ เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดอันเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของอนุชนรุ่นหลัง โดยในปีพ.ศ.2534 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิด พิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่ที่ถนนวรเดช ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี 70000

ส่วนประวัติของจังหวัดราชบุรีมีชื่ออันเป็นมงคลยิ่ง หมายถึง ” เมืองพระราชาราชบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ เมืองหนึ่งของประเทศไทย จากการศึกษาและขุดค้นของ นักประวัติศาสตร์  นักโบราณคดี  พบว่าดินแดนแถบลุ่ม  แม่น้ำแม่กลองแห่งนี้เป็น ถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของคนหลายยุคหลายสมัย  และมีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต จากหลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุมาก ทำให้เชื่อได้ว่ามีผู้คนตั้งถิ่นฐานอยู่ ใน  บริเวณนี้ตั้งแต่ยุคหินกลาง  ตลอดจนได้ค้นพบเมืองโบราณสมัยทราวดีที่ตำบลคูบัว  อำเภอเมืองราชบุรี พระบาทสมเด็จพระยุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี    ได้เคยดำรงตำแหน่งหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีในสมัยกรุง ศรีอยุธยา  ตอนปลาย  ซึ่งในช่วงปลายสมัย กรุงศรีอยุธยาและตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ปรากฎหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า  เมืองราชบุรีเป็นเมือง    หน้าด่านที่สำคัญ  และ  เป็นสมรภูมิการรบหลายสมัย    โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ยกทัพมาตั้งรับศึกพม่าในเขต ราชบุรีหลายครั้ง   ครั้งสำคัญที่สุดคือสงครามเก้าทัพ    ต่อมา พ.ศ. 2360  ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ  ให้สร้างกำแพงเมืองใหม่ทาง ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลองตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

การได้ไปเที่ยวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จะได้เห็นการจัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่พบในจังหวัดราชบุรีเรียงตามลำดับยุคสมัยเริ่มตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์โบราณวัตถุที่โดดเด่นนอกจากพระแสงดาบราชศัสตราประจำมณฑลราชบุรีแล้วยังมีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีศิลปะขอมแบบบายนเป็น 1 ใน 5 องค์ที่ขุดพบในประเทศไทยซึ่งมีสภาพสมบูรณ์งดงามที่สุด

 

นอกจากนี้ยังได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์และโบราณคดีของราชบุรี ซึ่งเมืองราชบุรีมีมีเผ่าชนชาติพันธุ์ต่างๆ อาศัยอยู่มาแต่โบราณ มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ชาวไทยพื้นถิ่นภาคกลางชาวไทยจีนชาวไทย-ยวนชาวไทยมอญชาวไทยกะเหรี่ยงชาวไทยลาวโซ่งชาวไทยลาวเวียงและชาวไทยเขมรลาวเดิม

 

เพียงแค่ก้าวเข้าสู่อาณาบริเวณพิพิธภัณฑ์ ทุกคนจะสะดุดตากับ งานประติมากรรมร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นว่าราชบุรีกำลังเดินหน้าสู่ความเป็นเมืองแห่งศิลปะในอนาคต อย่างไรก็ตามภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีบริการห้องสมุดสำหรับการศึกษาค้นคว้าและข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี อัตราค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 20 บาท (เด็กเข้าชมฟรี) ชาวต่างชาติ 100 บาทนักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบภิกษุสามเณรนักบวชในศาสนาต่างๆ และแขกทางราชการที่ขอเข้าชมเป็นหมู่คณะไม่ต้องเสียค่าเข้าชม เปิดให้เข้าชมวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. (ปิดเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.+66 3232 1513 โทรสาร  +66 3232 7235

 

เมื่อชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้วก็อยากจะแนะนำให้ไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกอยู่ในอำเภอดำเนินสะดวก เป็นตลาดเก่าแก่ซึ่งได้ขุดคลองดำเนินสะดวกขึ้นตามพระราชดำริของ ร.5 ด้วยทรงเห็นว่าการคมนาคมในพื้นที่ไม่มีถนนที่เชื่อมกับอำเภออื่นๆ โดยคลองนี้จะเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง ใช้เวลาขุดคลองประมาณ 2 ปี ซึ่งตลาดนี้ถือได้ว่าเป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักมาเป็นเวลานับสิบๆ ปี ภาพแนะนำการท่องเที่ยวไทยหลายภาพที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเมืองไทยก็ได้โลเคชั่นมาจากตลาดน้ำดำเนินสะดวกนี่แหละ

 

สำหรับเรื่องอาหาร อยากจะแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวไข่ คุณแหม่ม  ราชบุรีเปิดมากว่า 50 ปีแล้ว รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 3 ก๋วยเตี๋ยวรสชาติจัดจ้านและมีสีสันที่ชวนทานเป็นที่ถูกใจของชาวราชบุรี  ร้านมีโต๊ะประมาณ 50-60 ตัว แต่ด้วยความอร่อยทำให้ลูกค้ามาอุดหนุนมากจนทำให้บรรยากาศในร้านดูแคบลงไปถนัดตา นอกจากเมนูก๋วยเตี๋ยวแล้วยังมี เมนูลูกชิ้นปิ้งที่มาพร้อมแตงกวาเป็นเครื่องเคียง ส่วนสถานที่ตั้ง อยู่ในตัวเมืองราชบุรี ตรงแยกคูบัว ติดกับ รพ.พร้อมแพทย์

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แสดงความคิดเห็น