หมายจับแล้ว! เพจ’KonthaiUk’โจมตีคสช.

หมายจับแล้ว! เพจ’KonthaiUk’โจมตีคสช.

ศาลอนุมัติหมายจับ สาวใหญ่ ที่อยู่ ประเทศอังกฤษ เจ้าของเพจ “KonthaiUk” โพสต์โจมตีรัฐบาล ผลาญงบซื้อเรือเหาะ – ดาวเทียม ตามความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ พร้อมดำเนินคดีคนแชร์ 7 ราย ออกหมายเรียกกว่า 20 ราย

วานนี้ (12 มิ.ย.)  เวลา 17.30 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ปอท. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีบุคคลนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล ในเพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อบัญชีว่า “KonthaiUk” โดยพาดหัวข่าวว่า “เรือเหาะ…ก็ซื้อมาซ่อม ยังจะซื้อดาวเทียม 91,200 ล้านมาแดกอีก.. จะยอมมันอีกมั้ย!” พร้อมการนำภาพเรือเหาะ ดาวเทียม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาตัดต่อรวมกัน นอกจากนี้ ยังมีการตัดต่อภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจส่งผลทำให้ประชาชนที่ได้รู้เห็น เกิดความตื่นตระหนก และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนเกี่ยวกับ เพจ “KonthaiUk” ได้ลงทะเบียนใช้ในชื่อบัญชี “Watana Ebbage” คือ นางวัฒนา เอ็บเบจช์ อายุ 56 ปี มีถิ่นพักอาศัยอยู่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าวในความผิดฐาน “นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

“ถึงแม้ตัวผู้ต้องหาจะกระทำความผิดในต่างประเทศ แต่ทางตำรวจจะประสานงานไปยังอินเตอร์โพล ซึ่งจะออกเป็นหมายแดง เพื่อจะนำตัวกลับมารับโทษในประเทศไทย เพราะตำรวจทั่วโลกก็เป็นเหมือนทีมเดียวกันแล้ว จะเห็นได้จากการตามจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น จึงขอเน้นย้ำว่าในเรื่องของบ้านเมืองประเทศไทยตอนนี้ต้องการความสงบเรียบร้อย เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชน เพราะฉะนั้นการกระทำใดก็ตามที่บิดเบือนข้อเท็จจริง การทำให้ประชาชนสับสน สร้างความตื่นตระหนก ก็อย่าไปทำ มิเช่นนั้น จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์

ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ยังได้มีการดำเนินคดีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความข่าวสารอันเป็นเท็จในเฟซบุ๊ก ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ จำนวนทั้งสิ้น 7 ราย และอยู่ระหว่างออกหมายเรียกกว่า 20 ราย ในความผิดฐาน “เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อการรักษาความมั่งคงปลอดภัยของประเทศหรือความมั่งคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยในวันนี้มีผู้สมัครใจมอบตัวแล้ว 12 ราย

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 062-352-5364 , 097-054-8262

แสดงความคิดเห็น