ถอดรหัส “อู่ตะเภา”ประตูสู่อนาคต ศูนย์กลางอุตฯ การบินโลก

ถอดรหัส “อู่ตะเภา”ประตูสู่อนาคต ศูนย์กลางอุตฯ การบินโลก

“หากคนไทยในปารีสกลับไปประเทศไทยในอนาคต จะจำประเทศไม่ได้ เพราะจะเจริญมาก”… พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

เมื่อมองลงไปตรงพื้นที่ของภาคตะวันออก และสนามบินอู่ตะเภาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนสนธยา ให้กลับมาคึกคักอีกครั้งตามแนวทางโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC กับการปั้นให้สนามบินแห่งนี้กลายเป็น “เขตยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และ กลายเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินแห่งอาเซียน และของโลก

 

จากการเดินทางเยือนยุโรปของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และได้หารือกับ “นายกีโยม โฟรี” ประธานบริษัท Airbus Commercial Aircraft พร้อมชมการนำเสนอและเปิดตัวโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภาในรูปแบบ 3 มิติ ณ บริษัท Airbus เมืองตูลูส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อกลับมาเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างให้ “สนามบินอู่ตะเภา” เข้าสู่ยุคใหม่ กับการเป็น  ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่ทันสมัย ได้มาตรฐานโลก โดยเป็นความร่วมมือจากบริษัท Airbus ของฝรั่งเศส

 

นอกจากนี้ ยังเน้นให้มีการสร้างบุคลากรเพื่อรองรับกับเส้นทางของอู่ตะเภาในอนาคต ด้วยการ จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อผลิตบุคลากรคุณภาพ โดยเฉพาะในสาขาช่างเทคนิคและช่างซ่อมเครื่องบิน ที่จะเป็นหลักสูตรเดียวกับของบริษัท Airbus เพราะเส้นทางแห่งอนาคตของอู่ตะเภา จะเป็นเส้นทางสำคัญในการประกอบรูปร่างของโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกหรือ EEC ให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เป็นกรอบแห่งการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม เกษตร ธุรกิจการค้า การศึกษา และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

 

เพราะไม่เพียงตัวของสนามบินอู่ตะเภาที่จะเป็น ศูนย์กลางด้านการบินและอุตสาหกรรมการบินของภูมิภาคและของโลกเท่านั้น แต่ยังจะเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมต่อระบบคมนาคมให้เป็นระนาบเดียวกันทั้ง 3 สนามบินของไทย คือ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ  และอู่ตะเภาลากเส้นโครงการรถไฟความเร็วสูงพาดผ่าน 9 สถานีครอบคลุมพื้นที่และเชื่อมโยง เมืองหลวงอย่างกทม.สู่ภาคตะวันออกในเขต EEC ด้วยวงเงินการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท

 

โดยการเชื่อมโยงระบบคมนาคมที่มาจากโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ผ่านสามสนามบินสำคัญ รวมทั้ง “อู่ตะเภา” ไม่เพียงจะทำให้ภาพของสนามบิน “อู่ตะเภา” เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศของภูมิภาค แต่ยังเป็น “ศูนย์กลางการคมนาคมทางบก” ที่จะเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของภูมิภาคและของโลกอีกด้วย

 

เรื่องนี้ในอนาคตเป็นแบบไหน ลองหลับตานึกภาพถึงผู้โดยสาร วันละกว่า 1.6 แสนคน รวมทั้งชุมชนขนาดใหญ่ตลอดเส้นทางแห่งรถความเร็วสูง EEC สายนี้ ที่เชื่อมต่อกับ “สนามบินอู่ตะเภา” กับ โครงการศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบิน

“อู่ตะเภา” จะกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ ที่ทั้งรองรับผู้โดยสาร และระบบการศึกษาด้านอุตสาหกรรมการบิน รวมถึงบุคลากรด้านนี้เป็นจำนวนมาก พร้อมๆ ไปกับ เรื่องของการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และการเดินทางจากทั่วทุกสารทิศ

 

แต่ภาพของ “อู่ตะเภา” จะได้เห็นกันเมื่อไหร่ นายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องนี้ว่า “ รัฐบาลพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอากาศยานและการบินอย่างเต็มที่ เพราะ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย และหวังว่าจะได้เห็นโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา เดินหน้าโดยเร็ว พร้อมเปิดบริการในปี 2565 (ค.ศ.2022)

 

ซึ่งแน่นอนว่า การกล่าวกับคนไทยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่เดินทางมาพบโดยนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “หากคนไทยในปารีสกลับไปประเทศไทยในอนาคต จะจำประเทศไม่ได้ เพราะจะเจริญมาก” คงไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริง

 

เพราะถ้ากลับเมืองไทยในอนาคต แล้ว ก้าวลงเครื่องบินจาก สนามบินอู่ตะเภา หรือ สนามบิน สุวรรณภูมิ แล้วได้เห็นสิ่งที่กล่าวมานี้ ก็คงต้องนึกย้อนกลับไปในวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดเอาไว้กับคนไทยที่ปารีสเกี่ยวกับ “อู่ตะเภา” และ ความเป็นศูนย์กลางภูมิภาคและของโลก ที่กำลังจะเป็นจริงแล้วในไม่ช้านี้

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น