กรุงเทพฯ รถติด ต้องแก้ที่ต้นเหตุ!

กรุงเทพฯ รถติด ต้องแก้ที่ต้นเหตุ!

กรุงเทพฯ รถติด ปัญหาคลาสสิกตลอดกาล อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานี้ ถนนไม่พอ มีรถไฟฟ้าน้อยไป ระบบจราจรที่ย่ำแย่ วินัยการขับรถของคนไทย หรือจำนวนรถบนท้องถนนที่มากเกินไป

ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาที่สะสมต่อเนื่อง เริ่มมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองที่ไร้ยุทธศาสตร์ ไร้ข้อจำกัด บวกกับความพยายามในการขยายพื้นที่ถนน รวมทั้งการนำระบบขนส่งทางรางเข้ามาช่วย คือโครงการสร้างรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินในหลายเส้นทาง ที่มีแผนงานก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี ซึ่งกระทบโดยตรงต่อระบบจราจร

ปัจจัยที่กล่าวไปนั้นหากพิจารณาดูแล้วจะพบว่าล้วนเป็นเรื่องปลายเหตุของปัญหารถติด เพราะต้นเหตุทั้งหมดนั้นอยู่ปริมาณรถที่มากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานจากกลุ่มสถิติการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก ระบุถึงจำนวนรถทุกประเภทที่จดทะเบียนสะสมในกรุงเทพมหานคร  ณ  วันที่ 31 สิงหาคม 2561 ว่ามีทั้งสิ้น 10,108,775 คัน เพิ่มจากปี 2560 ที่มี 9,778,661 คัน ปี 2559 จำนวน 9,363,588 คัน และปี 2558 จำนวน 9,018,594 คัน

จากจำนวนรถทุกประเภทจดสะสมกว่า 10 ล้านคัน สิ่งที่คิดตามมาก็คือ แล้วถนนจะพอให้รถวิ่งหรือไม่ ซึ่งคำตอบคือ ไม่พออย่างแน่นอน

โดยมาตรฐานเมืองที่ดีซึ่งจะทำให้เกิดการจราจรที่สะดวกและไม่เกิดปัญหารถติด เชื่อว่าต้องมีสัดส่วนพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20-25 โดยมหานครเมืองใหญ่ๆ ของโลก เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มีพื้นที่ถนนร้อยละ 21–36 ซึ่งกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,569 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ถนน 113.06 ตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 7.2 ของพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานร่วม 3 เท่า

โดยปริมาณรถจดทะเบียนในกรุงเทพฯ ปี 2561 ทุกประเภทมีจำนวนทั้งสิ้น 10,108,775 คัน  ซึ่งเป็นรถยนต์ประมาณ 6,300,000 คัน โดยยังไม่รวมรถบัสโดยสารและส่วนตัวอีกประมาณ 40,000 คัน

ขณะที่ความยาวถนนในกรุงเทพมหานครมีความยาวประมาณ 4,300 กิโลเมตร และหากคำนวณจากขนาดรถที่มีความยาวเฉลี่ยแค่ 4.0 เมตร เท่ากับว่ารองรับปริมาณรถได้ประมาณ 1,075,000 ล้านคัน หากเทียบแค่ปริมาณรถยนต์ที่จดทะเบียนสะสมจำนวนประมาณ 6,300,000 คัน แสดงว่ากรุงเทพฯ ต้องมีถนนเพิ่มอีกหลายหมื่นกิโลเมตรจึงจะเพียงพอกับปริมาณรถทุกประเภท

ส่วนรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ทุกระบบที่เปิดให้บริการ ณ เวลานี้  มีระยะทางรวมกัน 112.09 กิโลเมตร ส่วนการผลักดันให้ระบบรถไฟฟ้าเป็นแกนหลักในการเดินทางและขนส่ง ทั้งพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายในปี 2575 ที่เร่งลงทุนสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้าให้ครบทั้ง 10 สาย มีระยะทางรวม 464 กิโลเมตร ซึ่งประมาณดูแล้วแม้มีจะมีเส้นทางรถไฟฟ้ามาช่วย ก็ดูจะไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะในระเวลาอีก 10 ปีข้างหน้า จำนวนรถย่อมต้องเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่องแน่นอน

จากตัวเลขทั้งหมด สิ่งที่พอจะสรุปได้ก็คือ การแก้ปัญหาในเรื่องระบบจราจรด้วยการสร้างถนนใหม่ เพิ่มเส้นทางรถไฟฟ้า อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ยากที่จะบรรเทาปัญหา เพราะสัดส่วนตัวเลขจำนวนรถและระบบคมนาคมที่ควรจะเป็นมีความเหลื่อมล้ำมากจนเกินไป พื้นที่กรุงเทพฯ มีจำกัด และต่อให้สร้างถนนอีกมากมายแค่ไหน หรือมีรถไฟฟ้าอีกกี่เส้นทาง แต่หากจำนวนรถยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้

ก็คงต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุ นั่นก็คือ..ทำอย่างไรจึงจะลดจำนวนรถที่วิ่งอยู่บนท้องถนน และจำกัดการจดทะเบียนรถที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง  

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แผนที่เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง เปิดใช้ปี 64

Big S-Curve ! อีก 5 ปีมีรถไฟฟ้า 1 ใน 4 ของยอดการผลิตทั้งหมด

มาไม่หยุด! เตรียมประมูลรถไฟฟ้าสีเทา ‘วัชรพล-ท่าพระ’ เพิ่มรถติด?

แสดงความคิดเห็น