“กนกนุช นากสุวรรณภา” ในวันที่เปลี่ยนสี…ฟ้า

การเมือง “กนกนุช นากสุวรรณภา” ในวันที่เปลี่ยนสี…ฟ้า

กนกนุช นากสุวรรณภา คือ 1 ใน 3 รายชื่อ 3ก.(สก.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สก.เขตพระนคร สก.กนกนุช นากสุวรรณภา สก.เขตดอนเมือง และสก.กรณิษ งามสุคนธ์รัตนา สก.เขตคลองเตย) อดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกเส้นทางเดินใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมบนเวทีการเมืองระดับชาติในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยเธอได้เปิดใจเป็นครั้งแรกกับ Thaiquoteในวันที่เดินหันหลังให้กับพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

เหตุผลของการย้ายสังกัดพรรค

ในเส้นทางการเมืองของทุกคน ต้องมีแนวคิดของการอยากดูแลพื้นที่ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น และไปสู่ระดับชาติ ตนก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะใช้โอกาสที่มีขึ้นไปสู่ระดับนั้น ซึ่งสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้นอกเหนือจากการดูแลในระดับท้องถิ่นแล้ว ประเด็นสำคัญคือตนเชื่อว่าในสถานการณ์บ้านเมือง ณ ขณะนี้ เราควรจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

 

ทำไมจึงต้องเป็น “พลังประชารัฐ”

ที่ตนเลือกพลังประชารัฐ เพราะว่าตนคุ้นเคยกับคณะทำงานของพรรคเป็นอย่างดี ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่เราอยากทำงานร่วมกับคนที่เคยทำงานร่วมกัน เรียกว่ารู้มือกันดีอยู่แล้ว

 

วันที่ลาออก พรรคเดิมมีแรงกระเพื่อมหรือไม่

ต้องบอกว่า การเข้าออกของพรรคมีอยู่ตลอดเวลา ที่เป็นประเด็น เพราะอยู่ในช่วงเวลาของสถานการณ์ ณ ขณะนี้ ความจริงต้องขอบคุณ คุณอภิสิทธิ์ ซึ่งเคารพการตัดสินใจของตน ซึ่งตนก็ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกันในวันที่ไปยื่นใบลาออก

 

นี่คือ “พลังดูด” จาก “พลังประชารัฐ”

สำหรับตน คำว่า “ดูด” แปลว่าอะไร หากคำว่า “ดูด”แปลว่า การเสนอให้ซึ่งผลประโยชน์ ขอตอบและขีดเส้นใต้เลยว่า สำหรับตน ตนเป็นคนเดินเข้าไปหา “พลังประชารัฐ”เองด้วยความสมัครใจ เพราะฉะนั้นคำว่า “ดูด” ใช้ไม่ได้สำหรับตน

 

การเตรียมตัวเพื่อลงสนามใหญ่

ตนทำงานในพื้นที่นี้มาเกือบ 20 ปี ตั้งแต่เป็นผู้ช่วย สส. ผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ เพราะฉะนั้นที่สำคัญที่สุดคือหากประเทศชาติเดินหน้าไปได้ ท้องถิ่นก็จะเดินไปได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าประเทศชาติอยู่ไม่ได้ ท้องถิ่นก็จะทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน เพราะทั้งของภาคส่วนเป็นเหมือนทางเดินคู่ขนานที่ต้องคอยหนุนเสริมซึ่งกันและกัน

 

ประสบการณ์จากระดับท้องถิ่น

ทุกวันนี้ตนทำงานโดยมีการพูดคุยถึงเรื่องปากท้องของประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งนี่คือเรื่องของระดับชาติ อย่างน้อยถ้าเราได้รับโอกาสจากคนในพื้นที่สนับสนุนให้ทำงานในระดับชาติ ถ้าหากว่าแนวทางในการดูแลพี่น้องประชาชน สามารถยกระดับในประชาชนอยู่ดีกินดีแล้ว ในเรื่องอื่นๆก็เป็นเรื่องรองลงมา ที่สุดแล้วประชาชนจะต้องมีกินมีใช้เป็นอันดับแรก แล้วเรื่องของความสะดวกสบายหรือเรื่องอื่นๆจึงเป็นสิ่งที่จะค่อยๆตามมา สิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สาธารณสุข สุขภาพ สวัสดิการของประชาชนเหล่านี้ล้วนต้องมาจากนโยบายในระดับชาติที่จะต้องดูแล

คู่แข่งทางการเมือง

ถ้าถามว่า มีคนรู้จักตนหรือไม่ ต้องตอบว่า ในพื้นที่เขตดอนเมือง มีคนรู้จักตนนะ แต่แน่นอนว่าประชาชนจะต้องเลือกทั้งตัวบุคคล และพรรคทั้ง 2 อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่คะแนนพรรคต้องเหนือกว่าตัวบุคคลอยู่แล้ว

 

ฐานเสียงจากพรรคเดิมที่ต้องหายไป

คำถามนี้ต้องให้ประชาชนตอบ ว่าประชาชนต้องการอะไร ต้องการเลือกใคร ถ้าหากเขามั่นใจในตัวเรา จากการที่ตนทำงานมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนอยากบอกว่าตนยังมีความมั่นคงและมีความตั้งใจที่จะทำงานให้กับประชาชนอยู่

แสดงความคิดเห็น