“บิ๊กตู่” บนโลกออนไลน์ ใช้ให้ดีจะมีประโยชน์

“บิ๊กตู่” บนโลกออนไลน์ ใช้ให้ดีจะมีประโยชน์

ด้วยสถานการณ์การเมืองที่กำลังเข้าสู่ความเข้มข้นอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะสมรภูมิชิงฐานเสียงแฟนคลับเพื่อดึงมวลชนให้สนับสนุนทั้งตัวบุคคล และพรรคการเมืองที่เตรียมพร้อมตบเท้าเข้าสู่สนามเลือกตั้งในปี 2562 โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ที่หลายพรรค และหลากหลายนักการเมือง ต่างใช้ช่องทางของโลกไซเบอร์เป็นทั้งพื้นที่ชี้แจง โจมตี และฝากประเด็นให้คอการเมืองในคิดพิจารณากันอย่างสนุกสนาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ก็ทนต่อกระแสไม่ไหว หลังยื้อทนทานไม่มีเพจบนเฟซบุกส์ส่วนตัวมานานกว่า 5 ปีหลังจากประกาศยึดอำนาจ ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และทีมงานก็ผุดเพจส่วนตัวขึ้นมา ภายใต้ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” พร้อมข้อความแรกที่สื่อออกไปยังสาธารณะก็ช่างมีความน่าสนใจ และทำให้คอการเมืองต้องติดตามประเด็นนี้อย่างทันที

“สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกท่าน จากการที่พวกเราส่วนใหญ่ นิยมสื่อสารกันผ่าน Facebook อยู่เป็นประจำ ผมจึงถือโอกาสเปิด Facebook ส่วนตัวของผม เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารแนวนโยบาย การทำงานของผมและรัฐบาล รวมถึงเล่าสู่กันฟังถึงข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ และเป็นช่องทางที่ผมและพี่น้องประชาชนจะเข้าถึงกันได้ดียิ่งขึ้น หากท่านมีข้อเสนอแนะ ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือต้องการให้ผมลงไปดูแลแก้ปัญหา ก็สามารถเขียนเข้ามาเล่าสู่กันฟังได้ เพื่อที่ผมและทีมงานจะได้มีข้อมูลและดูแลช่วยเหลือได้โดยตรงครับ”

ข้อความแรกมาพร้อมกับรูปพล.อ.ประยุทธ์ที่ยิ้มแย้มดูเป็นมิตรและใกล้ชิดกับชาวโลกออนไลน์

แต่อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการเปิดเพจครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงกระแสได้ว่า “บิ๊กตู่” อาจหวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่เกิดขึ้น และประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตยกันอีกครั้ง

เพราะกระแสต่อหลายกระแสมีจุดเริ่มต้นขึ้นมาจากโลกออนไลน์ และการเข้าถึงข้อมูลของคนในยุคปัจจุบัน ก็มักเลือกช่องทางออนไลน์ในการเสพข่าวสารด้วยเช่นกัน และผลที่ว่านี้ก็นำไปสู่หลายพรรคการเมือง และกลุ่มนักการเมืองทั้งชื่อดัง และดังในระดับท้องถิ่น ต่างใช้ช่องทางนี้เพื่อโปรโมทองค์กระและตัวบุคคล

พล.อ.ประยุทธ์ และทีมงานก็นับเป็นหนึ่งในนั้นที่เพิ่งเริ่มต้นด้วยเช่นกัน

ยอดกดไลค์เพจเฟซบุกส์ของพล.อ.ประยุทธ์ ต่างทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วถึงหลักแสนคน ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วัน แต่หากเทียบกับนักการเมืองที่เก๋าเกมและมากประสบการณ์ นับว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นรองอยู่หลายขุม

แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นอุปสรรค เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในฐานะที่ทรงอำนาจในปัจจุบัน และยังมีมือไม้ด้านโลกไซเบอร์ที่คอยคัดกรอง นำเสนอข้อมูลผ่านชื่อพล.อ.ประยุทธ์ บนโลกออนไลน์อย่างครบถ้วน และแน่นอน เมื่อเกมการชิงชัยฐานคะแนนเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ หากเปิดสมรภูมิกันเต็มรูปแบบแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ และทีมงานน่าจะใช้เครื่องมือบนโลกออนไลน์นี้ทั้งตอบโต้และชี้แจงอย่างสนุกมือแน่นอน

แต่อีกด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับแรงเสียดทานบนโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเสียงจากประชาชนที่บางส่วนก็จ้องจะ “เกรียน” บนโลกออนไลน์อยู่แล้ว โดยเฉพาะการเหน็บแนมต่างๆ ทั้งการบริหารงาน ข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงคู่กรณีของพล.อ.ประยุทธ์ที่พร้อมจะโจมตีบนหน้าเพจด้วยเช่นกัน เพราะต้องไม่ลืมว่านับตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาสู่อำนาจทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องทำลายล้างกับขั้วตรงข้ามไปไม่น้อย

แต่อย่างไรก็ดี หากมองในแง่ประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับ ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สามารถสื่อสารไปยังผู้นำประเทศได้โดยตรง เพื่อหวังให้มาแก้ไขปัญหาของประชาชนในช่วงที่ยังมีอำนาจอยู่ในมือนี้

เพียงแต่พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องใช้เครื่องมือนี้เพื่อสนองประโยชน์สำหรับประชาชนอย่างแท้จริง และยังเป็นข้อสั่งการที่แต่ละข้อความอาจทำให้หน่วยงานภายใต้บังคับบัญชาจะต้องมาคอยตรวจสอบด้วยเช่นกัน ว่าเพจนี้สั่งการอะไรไปบ้าง ให้แก้ปัญหากับใครบ้าง เพราะหากเพิกเฉยก็มีสิทธิ์อยู่นั่งทำงานไม่ได้นาน

แสดงความคิดเห็น