“กองทัพเรือ” ทำความเข้าใจชาวบ้านโยธะกา ลั่นพร้อมเยียวยาหากเดือดร้อนจากการขอคืนที่ดิน

บ้านโยธะกา “กองทัพเรือ” ทำความเข้าใจชาวบ้านโยธะกา ลั่นพร้อมเยียวยาหากเดือดร้อนจากการขอคืนที่ดิน

จากข่าวพื้นที่ ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ในประเด็นการขอคือพื้นที่ของกองทัพเรือ เพื่อใช้ในการจัดตั้งเสาเรดาร์ต่อต้านเรือดำน้ำ รวมทั้งจัดตั้งหน่วยกองเรือลำน้ำ ในพื้นที่ 4000 ไร่ จำนวน 3 แปลง

ล่าสุด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา กองพลทหารราบที่ 11 ในฐานะกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดฉะเชิงเทรา นำโดย พลตรีวรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 ได้เชิญตัวแทนกองทัพเรือ นำโดย พลเรือโทเสรีภาพ สุขเจริญ ประธานคณะกรรมการที่ดินของกองทัพเรือ พลเรือตรีธีรยุทธ นอบน้อม ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ พร้อมทั้งเชิญตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมเวทีชี้แจงให้กับประชาชนตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว

ทหารเรือ-บ้านโยธะกา

ในประเด็นปัญหาการถูกยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุในตำบลโยธะกา ตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากกองทัพเรือต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินราชพัสดุดังกล่าวเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง จนชาวบ้านกลัวไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังมากว่า 4 ปี และเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านตำบลโยธะกาได้มีโอกาสพบและฟังคำชี้แจงของกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ

พลเรือตรีธีรยุทธ นอบน้อม ชี้แจงว่า มาทำความเข้าใจในสิ่งที่เข้าใจไม่ถูกต้อง ยืนยันว่ากองทัพเรือยังไม่เคยอนุญาตและไม่มีแนวความคิดที่จะอนุญาตให้เอกชนรายใดมาใช้พื้นที่ของกองทัพเรือที่เป็นที่ราชพัสดุในกิจการที่เป็นเรื่องของธุรกิจแต่ประการใด จึงขอให้ชาวบ้านลบเรื่องนี้ออกไปได้เลย

กองทัพเรือ

“การใช้ที่ดินที่โยธะกาเป็นที่ราชพัสดุ กองทัพเรือมีที่ดินในครอบครอง 6 แปลง แต่ละแปลงมีหน่วยใช้ประโยชน์ชัดเจนทุกแปลง  ส่วนที่ดินแปลงที่ 4 จะเห็นว่าเรามีสถานีสื่อสารตั้งอยู่ ที่กำลังจะทำโครงการซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงทางราชการของรัฐ ยืนยันว่าไม่ใช่เอาไปทำเรื่องของธุรกิจหรือการหารายได้ แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงประเทศ อื่นจะฟังความเดือดร้อนแล้วมาพูดคุยกันในวันนี้” พล.ร.ต.ธีรยุทธ กล่าว

พล.ร.ต.ธีรยุทธ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการจัดระเบียบที่ราชพัสดุมีการใช้ประโยชน์มาช้านาน ปัจจุบันกองทัพเรืออนุญาตให้ประชาชนเช่าใช้ประโยชน์ในช่วงที่กองทัพเรือยังไม่มีแผนงานเป็นสัญญาปีต่อปี ในสัญญาระบุว่าท่านจะยินยอมให้กองทัพเรือใช้ประโยชน์เมื่อมีความจำเป็น แต่ปัจจุบันเมื่อกองทัพเรือมีความจำเป็นต้องใช้ในแปลงไหนก็ไปดูว่ามีประชาชนใช้ประโยชน์อยู่เท่าไร ต้องดูว่าความเดือดร้อนคืออะไร ถ้าครอบครอง 50 ไร่  80 ไร่ อันนี้ไม่ใช่ความเดือดร้อน แต่เป็นเรื่องของธุรกิจ แต่ถ้าไม่มีที่จะอยู่ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่จะเยียวยาประชาชนนั่นอีกเรื่องหนึ่ง

กองทัพเรือ

โดยตอนหนึ่งชาวบ้านหมู่ 11 ลุกขึ้นตั้งคำถามเพราะได้รับผลกระทบทั้งหมู่บ้านหากกองทัพเรือขอที่ดินคืนจะทำอย่างไรเพราะจะไม่มีที่อยู่อาศัยเนื่องจากที่อยู่อาศัยก็เช่าอยู่บนที่ราชพัสดุ  พล.ร.ต.ธีรยุทธ ตอบคำถามว่า ถ้าเป็นเรื่องที่อยู่อาศัยทหารเรือจะพิจารณาในหน่วยงานของกองทัพเรือว่าที่ดินที่ใช้ประโยชน์มีความจำเป็นแต่ประชาชนยังอยู่อาศัย ก็จะต้องตกลงกันให้ท่านไปอยู่จุดไหนแทนได้หรือไม่ ในเนื้อที่จำนวนเท่าไรในการอยู่อาศัยและทำการเกษตรตามนโยบายเยียวยาของประชาชนเหมือนกันทั้งประเทศในแนวทางเดียวกัน ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยลอยแพประชาชนแน่นอน  ส่วนชาวบ้านยืนยันจะขออยู่ที่เดิมนั้นก็ย้ำว่าถ้าเป็นเรื่องของความมั่นคงก็ต้องไปสำรวจพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“แต่วันนี้ยังตอบไม่ได้ชัดเจน ต้องนำข้อมูลส่วนนี้ไปหารือกับคณะกรรมการที่ดินของกองทัพเรือ และนำเรียนผู้บัญชาการทหารเรือ กับหน่วยงานที่ทำโครงการและใช้ประโยชน์ที่ดินอีกครั้งว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้หรือไม่หากกระทบประชาชน ไปตรงอื่นได้หรือไม่ แต่ถ้าในเรื่องความมั่นคงต้องเป็นตรงนี้เนื่องจากสภาพอากาศ การติดต่อสื่อสารจำเป็นต้องใช้ต้องนั้น ก็ต้องหาที่อื่นบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน ยืนยันว่าจะไม่ทำให้เดือดร้อนจนไม่มีที่อยู่อาศัย”

ด้าน พลตรีวรยุทร แก้ววิบูลย์พันธ์ กล่าวว่า ถือว่ากองทัพเรือถอยแล้ว ขอให้ประชาชนถอยบ้าง เพราะกองทัพเรือพร้อมที่จะช่วยเหลือหาที่อยู่ให้ใหม่หากจำเป็นต้องใช้ที่ดินตรงนั้น ยืนยันว่าจะไม่มีการทิ้งให้ประชาชนเดือดร้อนแน่นอน เพราะเราคนไทยด้วยกันต้องเอาผลประโยชน์ส่วนรวมมาเป็นที่ตั้ง และยืนยันว่าทหารทำงานด้านความมั่นคงแต่ก็นึกถึงความเดือดร้อนของประชาชน แต่การทำงานความมั่นคงทุกเรื่องมีความหมาย

“ชาวบ้านอาจจะไม่พอใจในทุกเรื่อง กองทัพเรือก็อาจจะไม่ได้ในทุกเรื่อง แต่วันนี้กองทัพเรือถอยแล้ว แต่จะเข้ามาใช้พื้นที่แน่นอน ส่วนจะมากจะน้อยเท่าไรยืนยันว่าก็ต้องมาสำรวจ มาพูดมาคุยให้ประชาชนไม่เสียสิทธิ์ ยังมีที่ทำกินและที่อยู่อาศัยแน่นอน ก็ต้องเสียสละกันบ้าง ยืนยันไม่ทอดทิ้งไม่ขับไล่แน่นอน ต้องมาหาจุดร่วมกันให้ได้ และหากต้องย้ายก็จะมีงบประมาณในการสร้างบ้านใหม่ให้ก่อน” พล.ต.วรยุทร กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศึกที่ดิน’โยธะกา’ทหารเรือต้องการใช้เพื่อความมั่นคง?

แสดงความคิดเห็น