ปีหน้าปีทองของการลงทุน แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเสี่ยง

ปีหน้าปีทองของการลงทุน แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเสี่ยง

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงานสัมมนา “THAILAND 2019 : เมื่อคนเปลี่ยน แลนด์สเคปธุรกิจโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยจะก้าวไปอย่างไร” โดยกล่าวว่า ระยะนี้มีการลงทุนจากจีนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่นผู้ผลิตยางใหญ่ระดับ 1 ใน 10 ของจีนมาลงทุนหมื่นล้านบาท และจะมีการลงทุนตามมาเรื่อยๆ นัยยะนี้หมายความว่าแม้ว่าสงครามการค้าจะส่งผลกระทบก็ตาม แต่ก็เปิดโอกาสบางอย่างขึ้นมา หากเราใช้จังหวะนี้ เพื่อรับโอกาสนี้ ฉะนั้นบีโอไอจะออกมาตรการออกมา เมื่อมาตรการนี้ออกมาอย่างน้อย 1 ปีเป็นปีทองของการลงทุน จะมีสิทธิพิเศษมากกว่าปกติ เรากำลังต้อนรับกับผู้ที่จะมาช่วงเวลาแบบนี้ นี่คือโอกาสที่เราเห็นและในอาเซียนมีอยู่เพียง 2 ประเทศคือไทยกับเวียดนาม ถ้าเราไม่สู้เวียดนาม เราสู้ยากเพราะค่าแรงเขาต่ำ แต่เราต้องสร้างสิ่งต่างๆ ให้ดีกว่านั้นจนจีนและญี่ปุ่นรู้สึกว่ายังไงก็ทิ้งไทยไม่ได้ นี่คือการสู้กันในเวทีที่มีการแข่งขันสูงมากในขณะนี้ มันมีโอกาสมา ถ้าเอกชนไทยเข้มแข็ง พัฒนา เปลี่ยนแปลงอนาคตเราสู้เขาได้ ภาคราชการก็ต้องเปลี่ยนแปลง แต่ยากกว่าเพราะต้องแก้กฎหมาย ระเบียบ ในขณะเดียวกันมีความเสี่ยง ปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐได้ส่งผลกระทบกับจีนอยู่เช่นกัน ทั้งในแง่ของการส่งออก และสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ประชาชนมีการรัดเข้มขัด หุ้นตก ความเชื่อมั่นตก ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของคนชั้นกลาง ทำให้รัฐบาลจีนจำเป็นต้องหามาตรการมาสนับสนุนความเชื่อมั่น แต่เราเป็นประเทศเล็กต้องไม่ประมาท ต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศ ต่อสู้ให้เต็มที่ทั้งในแง่การส่งออกและการท่องเที่ยว อย่าประมาทและเสียความมั่นใจ

แสดงความคิดเห็น