พาไปดู “วิชาความรัก” สีชมพูอบอวลที่ม.รังสิต

พาไปดู “วิชาความรัก” สีชมพูอบอวลที่ม.รังสิต

ความรัก เป็นสิ่งสวยงาม เร้าร้อน และอันตรายในบางแง่ หลายคนตีความความรักในทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่จะมีใครบ้าง ที่สนใจ รัก ในความเป็นตัวเอง

ในสังคมโซเชี่ยลได้มีแชร์สิ่งที่น่าสนใจจาก เพจมหาวิทยาลัยรังสิต ที่เปิดหลักสูตร ศาสตร์แห่งรัก เนื้อหาระบุไว้ว่า  “รักไม่เป็น ไม่ต้องเสียใจ ม.รังสิต เปิดสอนวิชาใหม่ ‘RSU130 ศาสตร์แห่งรัก’ ว่าด้วยเรื่องความรักในมุมวิทยาศาสตร์ เหตุผล อารมณ์ และการตัดสินใจ มาลงทะเบียนเรียนรักได้ เริ่มเปิดสอนตั้งแต่เทอม 2/2561 เป็นต้นไป”

 

 

เกิดคำถามตัวโตๆในหัวว่า คือวิชาอะไร ? และม.รังสิต จะสอนความรักในแง่มุมไหนที่จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้เรียน?

คงจะไม่มีใครตอบคำถาม ไปได้ดีกว่า ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว รองคณบดี RSU Gen.ed.,มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในทีมคิดค้นหลักสูตรนี้ขึ้นมา ซึ่งได้บอกเล่าถึงหลักสูตรนี้ว่า วิชานี้ที่กำลังร้อนแรงในโลกออนไลน์ขณะนี้ มีชื่อว่า วิชาศาสตร์แห่งรัก เป็นวิชาหลักสูตรการศึกษาทั่วไป ที่นักศึกษาทุกคนเลือกเรียนได้ แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับหลักสูตร โดยคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ได้ประชุมร่วมกัน และมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าจะทำการปฏิรูปการศึกษา โดยเลือกที่วิชาทั่วไปเป็นอันดับแรก เพราะเป็นวิชาที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ตามต้องการ

 

ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว รองคณบดี RSU Gen.ed.,มหาวิทยาลัยรังสิต

 

ในหลักสูตรนี้ แบบเป็น 8 หมวดด้วยกัน วิชาศาสตร์แห่งรัก เป็นวิชาในหมวดที่ 3 ที่ว่าด้วยความเป็นผู้นำ จุดประสงค์ในการตั้งวิชานี้ขึ้นมาเพราะมองว่า วิชาการต่างๆ ที่พยายามจะสร้างสังคมที่ดีงาม สร้างคุณธรรม แก้ปัญหาคอรัปชั่น แต่มันเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายทาง เราจึงมองว่าความรักคือสิ่งที่วัยรุ่นเข้าถึง ทุกคนเข้าถึง ทุกคนอยากจะได้

 

 

ที่ตั้งประเด็น รักในวัยเรียน เป็นเพราะว่า อยากให้เห็นว่าในรั้วมหาวิทยาลัย ถ้ามองกันจริงๆจะพบว่า เป็นรอยต่อของการก้าวไปเป็นผู้ใหญ่เต็มขั้น จึงเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญ หลายคู่รักพัฒนาจากช่วงนี้กลายเป็นคู่ชีวิต และเป็นช่วงที่จะบอกด้วยว่า ชีวิตเราเราอยากจะทำอะไร ชอบอะไร อยากจะทำอะไร ถ้าเขาได้เรียนรู้ว่า เขารักตัวเอง รู้คุณค่าตัวเอง การมอบความรักให้ผู้อื่นอย่างถูกต้อง  อยากจะสานความสัมพันธ์กับคนต่างๆในรูปแบบเพื่อน แบบคู่ครอง หรืออาจจะเป็นทีมที่จะไปทำสิ่งที่ดีให้กับสังคมในอนาคต จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่อยากจะให้เด็กๆทุกคนได้เข้ามาเรียน”

 

 

ในรูปแบบการเรียนการสอนของวิชานี้ เปลี่ยนจากการเป็นการสอนหน้าชั้น สอนตามแบบวิชาการ มาเป็น โค้ช ที่คอยชี้แนะ แนะนำแนวทาง โดยเปิดให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนแล้วในเทอมที่ 2 ที่กำลังจะถึงนี้ แบ่งเป็น 2 เซทชั่น จำนวนเซทชั่นละ 50 คน ซึ่งตอนนี้ลงทะเบียนเต็มจำนวนแล้ว  ทั้งนี้ อ.ทอแสงรัศมี เน้นย้ำว่า ไม่ใช่การไปบอกเด็ก 1 2 3 4 หรือทำแบบนี้ ทำแบบนั่น แต่จะเป็นการทำเวิร์คช็อป ทำกิจกรรม เรียนรู้ไปด้วยกัน

“การปฏิรูปการศึกษาที่มหาวิทยาลัยรังสิตจัดทำขึ้น มันเป็นการบูรณาการศาสตร์ ในการเรียนรวมกัน ก็พยายามแตกองค์ความรู้เพื่อให้สอดคล้องกับเด็กทุกๆ สาย ทำให้นักศึกษาสามารถมาเรียนรู้ได้ทุกคณะ วิชาความรักจะ มุ่งเน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์ กำหนดประเด็นที่เขาอยากได้อยากเป็นและอยากทำ เพราะนั่นคือความรักที่อยากจะทำอยากจะเรียนจากตัวเด็กเอง ดังนั้น จึงเปลี่ยนอาจารย์มาเป็นโค้ช ช่วยให้เขาไปถึงสิ่งเขาอยากได้”

 

 

อย่างวิชารัก สมมุติเราต้องการให้เด็กเข้าใจจริยธรรม ให้เข้าใจธรรมชาติของตัวเอง รู้คุณค่าตัวเอง คุณค่าผู้อื่น เราคงไม่มาเลคเชอร์ แต่เราจะมีกิจกรรม เกม เพื่อให้เด็กมีการคิดวิเคราะห์แลกเปลี่ยนกัน ทีมอาจารย์หรือทีมโค้ช จะคอยสังเกตว่าเด็กมีการอภิปราย ตีความตัวเองอย่างไร ตีความตัวเองมาเป็นอย่างไร “

อ.ทอแสงรัศมี ยอมรับว่า งานนี้เป็นงานหนักสำหรับอาจารย์หรือโค้ช เพื่อที่จะเข้าใจเด็ก และเสริมความเป็นตัวเขามันสำคัญมาก ทีมอาจารย์ทุกคนมีการปรึกษากัน เป้าหมายที่สำคัญและเรียบง่าย คืออยากให้ทุกคนรู้จักความรักและพลังด้านบวกของความรัก เพราะทุกวันนี้ แม้แต่สื่อมวลชน ตีความความรักของวัยรุ่นเป็นไปในทางดราม่า แม้แต่สังคมเองก็ตีตราเรื่องความรัก ว่าผู้ชายเป็นใหญ่ เลยไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง อะไรที่เกิดขึ้นมา ผู้ชายจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะรับผิดชอบหรือไม่ เธอจะต้องทำอย่างไร ถ้าเราทำแบบนี้ได้ปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่วัยใส ปัญหาคอรัปชั่น มันก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะถึงทุกคนมีพื้นฐานความรักที่ดีงามอยู่ในใจของตัวเอง

แสดงความคิดเห็น