‘ผึ้งชันโรง’ สัตว์เศรษฐกิจตัวจิ๋ว สร้างรายได้เพียบ

‘ผึ้งชันโรง’ สัตว์เศรษฐกิจตัวจิ๋ว สร้างรายได้เพียบ

เรื่องโดย วรกร เข็มทองวงศ์

ในปัจจุบันการสร้างรายได้ช่องทางต่างๆทั้งจากภาคเกษตร การค้าขายทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง  รวมทั้งภาครัฐให้การสนับสนุนในหลากมิติ เพื่อเสริมให้เม็ดเงินเกิดขึ้น

‘ผึ้งชันโรง’กาลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการเพิ่มรายได้จากภาคการเกษตร ทั้งนี้ ผึ้งชันโรง นอกจากมีคุณประโยชน์ในการช่วยผสมเกสรดอกไม้แล้ว น้ำผึ้ง ของผึ้งชันโรงมีคุณค่าและคุณประโยชน์ ที่สูงกว่าน้ำผึ้งปกติที่เราคุณเคย จึงทำให้เกิดอาชีพใหม่ การขายชันโรงพร้อมเลี้ยงให้เจ้าของสวนผลไม้นำไปใช้  ซึ่งมีราคาสูงตั้งแต่ 500-1,500 บาท แล้วแต่ขนาดของรัง

ในจ.จันทบุรี มีกลุ่มเลี้ยงผึ้งชันโรง ที่ได้ตัวผึ้งจากการล่อออกมาจากป่า ภายใต้การนำของ นายสวัสดิ์ จิตตเจริญ ประธานแปลงใหญ่ผึ้งชันโรง ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี  ซึ่งการเลี้ยงผึ้งชันโรงนี้ มีรายได้เฉลี่ยปีละ 200,000–300,000 บาทต่อคนเลยทีเดียว

และนั้นเอง ทำให้ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่คว้ารางวัลเหรียญทองเวทีวิจัยนานาชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้วิจัยออกแบบรังเลี้ยงผึ้งชันโรงสำหรับผลิตน้ำผึ้งเชิงพาณิชย์ สามารถตอบโจทย์เกษตรกรในการเก็บผลผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชน

ออกแบบเพิ่มมูลค่า

ผศ.อัญชลี สวาสดิ์ธรรม อาจารย์คณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี เจ้าของผลงานวิจัย กล่าวว่า น้ำผึ้งจากผึ้งชันโรงหรือ Stingless Bees เป็นที่รู้จักกันและขึ้นชื่อว่ามีคุณค่าและสรรพคุณทางยาสูง  ซึ่งผลการวิเคราะห์ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของน้ำผึ้งจากชันโรงมีมากกว่าน้ำผึ้งจากผึ้งพันธุ์ 2-3 เท่า มีกรดอะมิโนและเกลือแร่หลายชนิด มีน้ำตาลทรีฮาโลส ซึ่งเป็นสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มีประโยชน์สำคัญด้านการแพทย์และเภสัช จึงมีราคาสูง

แต่จุดอ่อนของชันโรงคือให้ผลผลิตน้ำผึ้งต่อรังปริมาณน้อย มีวิธีเก็บเกี่ยวยุ่งยากกว่าผึ้งพันธุ์อื่น ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวอ่อนได้  อีกทั้งขณะเก็บน้ำผึ้งจะมีถ้วยน้ำผึ้งที่แตกเสียหาย มีน้ำผึ้งไหลออกมาบริเวณพื้นรัง ทำความสะอาดให้แห้งได้ยาก  ทำให้น้ำผึ้งบูด ส่งกลิ่นดึงดูดศัตรูของชันโรงให้เข้ามาทำลาย ทำให้รังล่มสลายได้ง่าย

ดังนั้น การออกแบบรังเลี้ยงชันโรงสำหรับผลิตน้ำผึ้งขึ้นใหม่ ลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทำจากไม้ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ฝารัง และรังเลี้ยง ที่ประกอบเป็นห้องเลี้ยงที่มีขนาดเหมาะสม สามารถบังคับให้ชันโรง สร้างถ้วยตัวอ่อนที่แยกกับถ้วยอาหาร (เกสรและน้ำผึ้ง) ได้ชัดเจน ทำให้เกษตรกรเก็บน้ำผึ้งได้สะดวกง่ายกว่ารังเลี้ยงแบบเดิม ส่งผลให้เกษตรกรได้ผลผลิตน้ำผึ้งมากขึ้น ลดการเข้าทำลายของศัตรูชันโรงหลังเก็บเกี่ยว และจัดการรังได้สะดวก ทั้งการติดตามสภาพภายในรังเพื่อแยกขยายหรือสามารถเห็นการเข้าทำลายของศัตรูที่มาตามฤดูกาล เพื่อแก้ไขได้ทันเวลา รวมถึงสามารถขยายสเกลการผลิตน้ำผึ้งและชันเพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรมได้

ในปัจจุบันมีการนำชันมาใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพมากมาย เช่น รักษาการติดเชื้อในช่องปาก รักษาเหงือกอักเสบ ลดอักเสบของผิวหนัง หรือใช้น้ำผึ้งและชันของชันโรงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบู่ ยาสีฟัน ครีมบำรุงผิว และยาสระผม เป็นต้น

ในการดำเนินกระบวนการวิจัยนี้ ยังเป็นการทำงานวิจัยที่เปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงชันโรง คุณอาลัย และคุณสวัสดิ์ จิตตเจริญ เกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี  เข้ามามีส่วนร่วมเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรได้ฝึกทักษะในการวิจัย การสังเกต และการเก็บข้อมูล ก่อให้เกิดนักวิจัยในภาคสนามที่เกษตรกรจะได้นำทักษะนี้ไปใช้ในการพัฒนาการเลี้ยงชันโรงอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย

ผลงานรังเลี้ยงผึ้งชันโรงสำหรับผลิตน้ำผึ้งเชิงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมประกวดและแสดงผลงานวิจัยระดับเวทีนานาชาติ IEI & WIIF 2018 สาธารณรัฐประชาชนจีน และสามารถคว้ารางวัลวิจัยเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ขณะนี้ได้ยื่นจดอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรการออกแบบแล้ว

 

ข้อมูลต้นทาง : เว็บไซต์ไทยรัฐ – เว็บไซต์สยามรัฐ

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ : https://thaistinglessbee.wordpress.com

แสดงความคิดเห็น