“สยายปีก” หรือ “ตายคาเก้าอี้” เดิมพันครั้งสำคัญของ “บิ๊กตู่”

เลือกตั้ง62 “สยายปีก” หรือ “ตายคาเก้าอี้” เดิมพันครั้งสำคัญของ “บิ๊กตู่”

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สถานะตัวเองใหม่ว่าคือ “นักการเมือง” และพร้อมจะตายบนเก้าอี้การเมืองเพื่อประชาชน ทำให้มองเห็นภาพว่า เดิมพันครั้งสำคัญในชีวิตของบิ๊กตู่ จะเดินไปในรูปแบบใดบนสมรภูมิการเมือง

วลีเด็ดของผู้นำประเทศไทยที่ว่า “ผมขอตายบนเก้าอี้ เพื่อประชาชน” ซึ่งหลุดออกจากปากของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหมวกอีกใบคือ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มันช่างบ่งบอกได้ถึงความมั่นอกมั่นใจบนถนนสายการเมืองที่เจ้าตัวได้ “เลือกแล้ว” ว่าในอนาคตข้างหน้าจะพ่วงคำที่บ่งบอกสถานะของตัวเองว่าคือ “นักการเมือง”

กลิ่นอายอันหอมหวล บางครั้งนุ่มนวล แต่บางครั้งก็เข้มข้น ของการเมืองไทย ก็ทำให้ชายชาติทหารที่ดำรงชีพเป็นรั้วของชาติมาตลอดชีวิต ก่อนสวมบทบาทเข้ายึดอำนาจประชาธิปไตย ผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้การปกครองเผด็จการ พร้อมกับเหตุผลว่าจะขอแก้ปัญหาบ้านเมืองที่วุ่นวายเมื่อปี 2557 คล้อยหลังไปกว่า 4 ปีชายชาติทหารผู้นั้น ก็หลงรักกับความเข้มข้นของการเมืองไทยเข้าให้เสียแล้ว

ยิ่งคำที่ว่า “จะตายคาเก้าอี้เพื่อประชาชน” ฟังดูมันช่างหอมหวาน และเข้าข่ายความเป็นนักการเมืองของประชาชน การหล่นคำพูดดังกล่าวออกมาล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่อยู่ในช่วงหลังจากปลดล็อกทางการเมืองเพื่อให้แต่ละพรรคเดินหน้าเข้าสู่สมรภูมิการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 จังหวะนี้ก็ถือได้ว่าเรียกคะแนนกอบโกยความนิยมจากประชาชนได้ไม่น้อย ก็คนระดับผู้นำประเทศที่มีอำนาจทุกอย่างในมือ ประกาศก้องว่าจะทำทุกอย่างเพื่อประชาชน คนที่ไม่เคยมีแผลการเมืองมาก่อนอย่างบิ๊กตู่ ประชาชนก็ต้องชื่นชมชอบเป็นธรรมดา

บวกกับการลดภาพลักษณ์ดุเดือดให้น้อยที่สุด ยิ้มแย้มมากขึ้นเพื่อดึงใจประชาชน ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อเป้าหมายการต่อยอดซึ่งอำนาจให้อยู่กับตัวเองและพวกพ้องต่อไป

อีกทั้งก่อนหน้าก็ระดมจัดงบมหาศาลให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชนิดแทบทุกเดือน ทั้งมาตรการช่วยเหลือต่างๆ แต่ที่เด็ดสุดคือการเติมเงินเข้าบัตรให้ประชาชนรายได้น้อยเอาไปกดถอนมาใช้กันอย่างชื่นอกชื่นใจ จนทำให้หลายพรรคการเมืองค่อนขอดว่าแอบหาเสียงล่วงหน้า และไม่เป็นธรรมกับอีกขั้วทางการเมือง

สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำลงไป ก็เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีรายได้น้อยจริงๆ ซึ่งหลายฝ่ายก็เห็นด้วยและไร้คำโต้แย้ง แต่บรรดาพรรคการเมืองก็มองอีกมุม รวมถึงเหน็บในเรื่องการใช้งบประมาณที่แทบจะไม่ต่างอะไรจากขั้วตรงข้ามแม้แต่นิด แต่นั้่นก็คือเสน่ห์ทางการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เผชิญอย่างเล็กน้อยเท่านั้น

แน่นอนว่าทุกอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำปูทางเอาไว้ก็เพื่อต่อยอดอำนาจที่มีอยู่เดิม และเป้าหมายหลังการเลือกตั้งมีเพียงแค่อย่างเดียว คือ เก้าอี้นายกฯ จะต้องเป็นที่นั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไป

กระนั้นก็ตาม แม้จะดูเหมือนว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้รับคะแนนนำบรรดานักการเมืองคนอื่นๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะยังอยู่ในอำนาจและลงพื้นที่ออดอ้อนประชาชนในหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อมองดูในแง่ “ภาวะปกติของการเมือง” สิ่งที่เคยเป็นปกติ ก็อาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องปวดหัวอย่างหนักแน่ หากคิดจะอยู่ต่อและทำงานเพื่อประชาชน โดยอาศัยความเป็นผู้นำประเทศต่อไป

เพราะต้องไม่ลืมว่าการเมืองไทยเขาเล่นกันโหดน่าดู และเอากันหนักถึงกับติดคุกติดตะราง ยิ่งถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ได้อยู่ในอำนาจต่อไปจริง บรรดานักการเมืองขั้วตรงข้ามรัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือกลุ่มที่เคยเป็น “เพื่อนพ้องน้องพี่” กันมาก่อน ก็อาจจะจองกฐิน “เล่นงาน” พล.อ.ประยุทธ์ ตามกระบวนการประชาธิปไตยกันยกใหญ่ จนอาจทำให้ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ออกโรงชี้แจงตัวเองต่อสังคม มากกว่าการตั้งใจจะทำงานเพื่อประชาชน เพื่อปากท้องอย่างที่ใจปราถนา

ความแค้นของขั้วอำนาจเก่าที่ถูกแย่งชิงการบริหารประเทศยังไม่สร่างซาลงไป อีกทั้งเมื่อครั้ง พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจ ก็ดำเนินการเอาผิดกับบรรดาลูกหม้อของ ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองศรีพี่น้องอดีตนายกรัฐมนตรี และเล่นกันถึงไม่มีแผ่นดินจะให้อยู่ทีเดียว แน่นอนว่าหากสบช่องขั้วการเมืองไทยก็พร้อมจะล้างแค้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ด้วยเช่นกัน

ยิ่งหากขั้วตรงข้ามของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขึ้นเป็นรัฐบาลเองแล้ว หากบิ๊กตู่ยังขึงขังจะเป็น “นักการเมือง” ให้ได้อยู่ต่อไป ก็ต้องเตรียมตัวเผชิญพายุการเมืองที่จะโจมตีเข้าใส่เจ้าตัวอย่างบ้าคลั่งแน่นอน และอาจทำให้ต้อง “ตายคาเก้าอี้” จริงๆ

ฉะนั้นแล้ว การเดิมพันครั้งใหญ่ในชีวิตของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อสานต่องานที่ระบุว่า “เพื่อประชาชน” ก็ถือเป็นเดิมพันที่สูงพอสมควร ยิ่งหากเจอแรงกระแทกหนักหน่วงทั้งจากนักการเมืองและคนที่เห็นต่าง หนักข้อเข้า พล.อ.ประยุทธ์จะทัดทานได้แค่ไหน จะระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวด่ากราดเหมือนที่เคยก็คงไม่ได้ และที่สำคัญจะใช้อำนาจใดเข้าไปจัดการพวกเขาเหล่านั้นที่อ้างถึง “ประชาธิปไตย” ในการวิพากษ์วิจารณ์

บททดสอบอาชีพ “นักการเมือง” ของพล.อ.ประยุทธ์นั้น เจ้าตัวกำลังจะได้เผชิญในอีกไม่ช้าแล้ว แต่จะได้ “สยายปีกแห่งอำนาจ” หรือ “ตายคาเก้าอี้” ​อีกไม่นานก็คงได้รู้กัน

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ส่องทิศทางการเมือง หาเสียงแบบไหน หลังคลายล็อก 

 

แสดงความคิดเห็น