“ผ้าไทยอโยธยา” สวย..จนลุงตู่ต้องควักตังค์ซื้อ

“ผ้าไทยอโยธยา” สวย..จนลุงตู่ต้องควักตังค์ซื้อ

OTOP ขึ้นเครื่อง ตำนานที่ฟื้นคืน..ผ้าไทยอโยธยา เอกลักษณ์แท้ๆ จากอยุธยา ประยุกต์ใหม่ใส่ความเป็นสากลแต่คงไว้ซึ่งตัวตน ขนาดนายกฯ ยังอดใจช้อปไม่ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับฟังรายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อจำหน่ายบนเครื่องบิน (OTOP on Board) จากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งในวันนั้นท่านนายกฯ ได้เยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ OTOP on Board ที่นำมาจัดแสดง และได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าถุงลายเทพสุวรรณราคาประมาณ 4,000 บาท และเสื้อผ้าฝ้ายอีกหนึ่งตัวในราคา 4,500 บาท

โดยผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ท่านนายกฯ ได้ควักกระเป๋าช้อปไปในวันนั้น เป็นที่ฮือฮาและน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเสื้อลายไทยที่ได้ลองสวมใส่และถูกใจจนตัดสินใจซื้อ คือเสื้อ “เสนากุฏ” ทำจากผ้าฝ้ายลายไทยโบราณ แบรนด์ “ผ้าไทยอโยธยา” ของบริษัท โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์

ซึ่งในวันนี้ ThaiQuote ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรืออุ๊ กรุงสยาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ. มหาราช จ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะมาให้รายละเอียดของผ้าไทยลายโบราณของแบรนด์ผ้าไทยอโยธยาแบบเจาะลึกให้ได้รับรู้

โดย คุณวัชรพงศ์ ได้เปิดเผยว่า “ผ้าไทยอโยธยา” คือ ผ้าไทยลายโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยา เรียกว่า “ผ้าลายอย่าง” มีที่มาจากการที่ส่งลวดลายของไทยเผื่อไปผลิตผ้าที่อินเดีย ช่างจากอินเดียก็ทำตามแบบตัวอย่างที่ส่งไปและนำกลับมา จึงเรียกกันสั้นๆ ว่าผ้าลายอย่าง ถือเป็นเอกลักษณ์แท้ๆ จากอยุธยา ถือว่าเป็นผ้าชั้นสูงที่มีค่า พระมหากษัตริย์พระราชทานให้ขุนนางสูงศักดิ์ หรือส่งไปเป็นของกำนัลเมื่อมีการเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ

ซึ่ง “ผ้าลายอย่าง” ได้ศูนย์หายไปในช่วงหนึ่งในสมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 โดยมีการสืบทอดมายังสมัยรัตนโกสินทร์แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมเหมือนในสมัยอยุธยาที่มีความรุ่งเรือง จนปัจจุบันได้มีการรื้อฟื้นกลับขึ้นมา ส่วนหนึ่งมาจากกระแสที่คนไทยหันมาใส่ชุดไทย ซึ่งทำให้ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นที่นิยมจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นเครื่อง ที่มีการจำหน่ายบนเครื่องบิน โดยมีการนำมาออกแบบป็นเสื้อ กางกาง ผ้าถุงผ้านุ่ง ผ้าโจงกระเบน กระเป๋า ย่าม ฯลฯ โดยเทคนิคในการเพิ่มมูลค่าก็คือ ใช้ลายไทยที่มีอยู่ นำมาออกแบบให้มีความร่วมสมัยและเป็นสากล

ส่วนสินค้าเด่นซึ่งเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก คือเสื้อ “เสนากุฏ” แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ซื้อไปนั้น  คุณวัชรพงศ์ให้รายละเอียดว่า เป็นเสื้อทหารโบราณของไทย ที่มีปรากฏมาแต่สมัยอยุธยา-สมัยรัตนโกสินทร์ โดยราชสำนักสยามส่งลายไปผลิตยังประเทศอินเดีย มีวิธีการผลิตด้วยวิธีการพิมพ์และเขียนลาย เหมือนผ้าลายอย่างทุกประการ จะออกแบบเป็นหน้าสิงห์ขบ ด้านหน้าด้านหลังและแขนทั้งสอง นิยมออกแบบลายเป็น ลายประแจจีน, ลายแก้วชิงดวง, ลายเกราะเพชร มีรูปแบบลวดลายและการจัดวางลายแบบ เสื้อเกราะโลหะและเสื้อเกราะหนังอย่างจีน สิงห์ขบอย่างจีนครั้นมาถึงมือช่างออกแบบของราชสำนักสยาม ก็สอดแทรกลวดลายไทยเข้าไปผสานกับลายจีนอย่างเหมาะเจาะทั้งรูปแบบเส้นสายจิตรกรรม การใช้สี หน้าสิงห์ก็ถูกออกแบบปรับเป็นอย่างของไทย ซึ่งแตกต่างจากจีนต้นฉบับที่เรารับมาอย่างเห็นได้ชัด

“เสนากุฏคือเสื้อของนักรบ แม่ทัพทหารในสมัยอยุธยา มีลักษณะเป็นเสื้อเกราะ ใช้ลวดลายไทยโบราณที่นำมาประยุกต์ใหม่ สามารถใส่เป็นเสื้อคลุมที่ดูดี ใช้ออกงานได้ทุกโอกาส” คุณวัชรพงศ์กล่าว

สุดท้าย คุณวัชรพงศ์ฝากคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการนำของดีที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า โดยกล่าวว่า

“สิ่งที่สำคัญคือต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจนในสิ่งนั้น แล้วนำมาประยุกต์ต่อยอดโดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์เดิม มองถึงประโยชน์และการใช้งาน ตลอดจนมีการสร้างแบรนด์สินค้ามา ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ต้องมีความสัมพันธ์กัน”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“บิ๊กตู่” เยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อจำหน่ายบนเครื่องบิน

 

แสดงความคิดเห็น