อนาคตฝุ่นจะหายไป หากรัฐ “แก้กม.ผังเมือง”

ฝุ่นเมืองกรุง อนาคตฝุ่นจะหายไป หากรัฐ “แก้กม.ผังเมือง”

ปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในขณะนี้ สร้างความกังวลให้กับประชาชนอย่างมากในแง่การใช้ชีวิต และสุขภาพ ภาครัฐก็เร่งที่จะแก้ไขปัญหาให้กลับคืนสู่สภาพวะปกติ แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้นธารปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากอะไร บางคนก็ว่าเป็นฝุ่นละอองที่เกิดจากไอน้ำเค็ม บางท่านก็ว่าเพราะเผาไร่อ้อยทั่วประเทศ หรือการระดมก่อสร้างพัฒนาต่างๆ

แต่คำถามคือ แล้วเราจะต้องอยู่กับปัญหาอีกนานแค่ไหน?

O การก่อสร้างเขตกทม.ปัจจัยเร่งฝุ่นละออง

ทีมข่าวthaiquote ยกหูถึง เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อหาความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นละอองครั้งนี้ และได้รับคำตอบว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยสภาพอากาศแล้วช่วงนี้ เรามักจะเกิดปัญหาเรื่องฝุ่นละอองเป็นประจำ เพียงแต่ที่ผ่านมานั้น ยังอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

สิ่งที่เกิดปัญหาในขณะนี้ อย่างแรก มาจากงานก่อสร้าง เราจะเห็นว่ามันมีงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นพร้อมกันเกือบทุกจุกในกรุงเทพฯ อีกอย่างคือ เรื่องของปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ ปัจจัยที่ทำให้มันเพิ่มเติมจนมีผลต่อความเสี่ยงด้านสุขภาพนั้น คือ 2 ประเด็นหลักๆ แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จะขึ้นๆลงๆในช่วงนี้ โดยเฉพาะช่วงที่ไม่มีลม ซึ่งในวันพุธที่ 16 มกราคมนี้ รวมถึงสุดสัปดาห์คือวันที่ 19-20 มกราคม สถานการณ์อาจจะหนักขึ้น ด้วยปัจจัยเรื่องการระบายลม ทิศทางลม ความเร็วลมไม่สามารถจะระบายได้ฝุ่นได้ เมื่อไม่มีลม ฝุ่นมันก็นิ่ง เพราะฉะนั้น เสาร์ อาทิตย์นี้ก็จะหนักอีก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทิศทางลม

ส่วนที่มีการพูดถึงเรื่องความกดอากาศจากจีนนั้น ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ สะท้อนว่า “มีส่วนอยู่บ้าง” ผลพวงคือความกดอากาศสูงจะมา จะทำให้ฝนตกจำนวนหนึ่ง ทำให้อากาศหนัก แต่ที่สำคัญในช่วงนี้เป็นช่วงที่จะเกิดเป็นเอลนีโญ ทำให้ทั้งร้อนทั้งฝุ่น และกำลังจะแรงขึ้น โดยช่วงเดือนมีนาคมจะแล้งที่สุด

ที่คาดการณ์ว่าจะมีฝนมาช่วยชะล้างฝุ่นละออง จะน้อยลงมาก ทำให้ต้องขึ้นอยู่อย่างเดียวว่า ต้องลดการก่อสร้างลง รวมทั้งรถที่จะเข้าในเขตเมืองจะทำอย่างไรกัน

 

Oคาดทำฝนเทียมต้องลุ้นปัจจัยความชื้น

เมื่อถามความเห็นในเรื่องการเตรียมทำฝนเทียมช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองนั้น เสรี บอกว่า ถ้าทำได้ผล ลดปัญหาลงได้แน่นอน แต่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยความชื้นเป็นสำคัญ

‘แต่ตอนนี้มันไม่มีความชื้น การจะทำฝนเทียมเป็นได้ค่อนข้างยาก ซึ่งคาดการณ์ว่าสามารถทำได้ 20-30 % ที่จะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการ สถานการณ์จึงตกไปที่การบังคับลดละการก่อสร้างเป็นสำคัญ’

Oอนาคตจะแก้ยาวๆ ต้องแก้ไขก.ม.ผังเมือง-เพิ่มพื้นที่สีเขียว

เสรี ชี้แนะว่า ในอนาคต ควรมีการวางแผนรับมือในระยะยาว อย่างแรกต้องมีการแก้ไขกฎกระทรวงเรื่องผังเมือง เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า จะพบปัญหาในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม รวมทั้งปัจจัยสำคัญทั้ง 2 อย่าง

ไม่ว่าลมจะมีความนิ่ง หรือ ลมจะน้อย อย่างไรก็ตาม คุณต้องทำให้ลมสามารถไหลผ่านไปได้ เพราะการก่อสร้างอาคารทุกอาคาร ที่สูงเกิน 10 เมตรขึ้นไป มันมีผลต่อการระบายอากาศ แล้วคุณไปสร้างมั่วกันไปหมด เช่น คุณสร้างตึกรูปตัว O ลมไม่มีทางเข้าออก ปิดล็อกหมด คุณต้องดูว่าจะเปิดแบบไหนให้ลมสามารถเคลื่อนที่ได้ เพราะฉะนั้นการสร้างตึก ทิศทางตึกมีความสำคัญอย่างจริงจัง เพราะว่า เราปล่อยให้ถนนหนึ่งเส้นมีตึกล็อกซ้ายขวาทั้งหมด แล้วเวลาลมพัดมาจะไปทางไหนอีกเรื่องหนึ่ง พื้นที่สีเขียว ต้องมีการเพิ่มขึ้น อย่างปัจจุบันในกทม. พื้นที่สีเขียว 6 ตารางเมตรต่อ 1 คน ในอนาคตต้องทำให้เป็นเท่าตัว คือ 12 ตารางเมตรต่อ 1 คน มันถึงจะได้มาตฐาน ถามว่าทำไมสำคัญ เพราะการมีต้นไม้มากๆ ฝุ่นละออง ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซต์จะถูกดูดซึมไปจำนวนมากทีเดียว

O‘อัศวินเตรียมล้างถนน-แจกหน้ากากN95

ขณะเดียวกันการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หลังมีการประชุมด่วนหลายฝ่าย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น จะส่งรถทำความสะอาดถนนของ กทม. ล้างถนนทุกสายตั้งคืนนี้เป็นต้นไปพื้นลดปริมาณฝุ่นละออง พร้อมกับจะระดมแจกหน้ากากอนามัย N95 จำนวน 1 หมื่นชิ้นให้กับประชาชนเพื่อลดปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน

แสดงความคิดเห็น