สนช.เห็นชอบ พ.ร.บ. จราจรฯ ใหม่ เมาแล้วปั่นฯ เจอปรับ 500 บาท

สนช.เห็นชอบ พ.ร.บ. จราจรฯ ใหม่ เมาแล้วปั่นฯ เจอปรับ 500 บาท

สนช.รับหลักการร่างพ.ร.บ.จราจรทางบก เมาแล้วขี่จักรยาน เจอปรับ 500 บาท เห็นชอบ 157 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง เล็งแก้ กฎกระทรวงกำหนดความเร็ว หาช่อง ฟันมนุษย์ลุง-มนุษย์ป้า ขับช้าแต่ชอบแช่ขวา

วันนี้(17 ม.ค.62) ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่…) พ.ศ…. โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงถึงหลักการและเหตุผลว่า เพื่อแก้ไขกฎหมายให้มีความทันสมัย และเพื่อเป็นมาตรการเพิ่มระเบียบวินัยสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาที่ปรับให้สัมพันธ์กับกรณีที่จะให้มีใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทั้งนี้ที่ประชุม มีการอภิปรายกันหลายประเด็น ที่น่าสนใจ อย่างเช่น

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกสนช. อภิปรายว่า ขอเสนอให้เขียนมาตรการรองรับกรณีที่พบการทุจริตจากกรณีการชำระค่าปรับตามใบสั่งด้วย รวมถึงให้แก้ไขคำนิยามว่าด้วยใบอนุญาตขับขี่ที่เชื่อมโยงกับใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ด้วย

          

นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายจากสมาชิกหลายท่านในประเด็น ขอให้กำหนดมาตรการเอาผิดและลงโทษผู้ขับขี่รถช้าแต่วิ่งในเลนจราจรด้านขวาด้วย เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการแซงรถ เพราะช่องทางซ้ายสุดเป็นพื้นที่จราจรสำหรับรถที่วิ่งช้า รวมทั้งหามาตรการลงโทษรถบรรทุกที่บรรทุกหนักแต่วิ่งในเลนจราจรด้านขวาด้วย

          

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ชี้แจงว่า ประเด็นปฏิเสธใบสั่งจากตำรวจจราจรหรือใบสั่งที่ส่งทางไปรษณีย์สามารถทำได้ เพราะใบสั่งเป็นเพียงใบกล่าวหา ไม่ใช่คำพิพากษา แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยตำรวจหลังปฏิเสธใบสั่ง ขณะที่มาตรการชำระค่าปรับนั้น ยังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงชำระค่าธรรมเนียม ไม่ใช่มาตรการลงโทษ ดังนั้น เมื่อมีการตัดแต้มบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎจราจรจนถูกเพิกถอนใช้ใบอนุญาตขับขี่แล้ว ต้องหาวิธีคืนแต้มผ่านการอบรมและสอบตามหลักสูตรของกรมการขนส่งทางบกและสตช.ด้วย และต้องมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้ตระหนักว่าไม่ควรทำผิดกฎจราจรอีก

          

สำหรับกรณีการพกใบอนุญาตขับขี่นั้น ตามที่ร่างกฎหมายกำหนดให้พกติดตัวไว้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางบกระบุให้สามารถใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ได้นั้น จะต้องแก้ไขร่างกฎหมาย หากไม่เกินหลักการควรจะแก้ไขจากให้พกติดตัวเป็นการแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเรียกตรวจ แต่หากการแก้ไขเป็นเนื้อหาที่เกินหลักการ จะต้องส่งไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติอีกครั้งก่อน  ทั้งนี้ ใบอนุญาตขับขี่ เป็นเพียงการรับรองสถานะภาพของผู้ที่ขับรถได้ มากกว่าการควบคุมขับขี่ ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชน ในอนาคตอาจไม่ต้องพกใบขับขี่ เพราะข้อมูลทั้งหมดจะบรรจุในบัตรประจำตัวประชาชนที่กำกับโดยเลขประจำตัว 13 หลัก

          

ส่วนบทบัญญัติที่เพิ่มเติมใน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่  ห้ามผู้เมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นขี่จักรยานนั้น เพื่อแก้ปัญหากรณีที่เจ้าพนักงานจับผู้เมาสุราขณะขี่จักรยาน ซึ่งเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการ ศาลสั่งไม่ฟ้อง เพราะตามกฎหมายไม่ระบุไว้ ทั้งนี้ ผู้ที่ขี่จักรยานบนทางสาธารณะและอยู่ในอาการมึนเมา อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการปรามไม่ให้ก่ออันตราย เพราะลงโทษเป็นค่าปรับเพียง 500 บาท

สำหรับปัญหาการขับขี่รถช้าในเลนขวานั้น จะพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวง  โดยให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดอัตราความเร็ว ตามพ.ร.บ.จราจรทางบกให้เหมาะสมตามสภาพการจราจรและยานพาหนะ โดยเบื้องต้นเสร็จไปแล้ว 95% สาระสำคัญคือ จะเพิ่มความเร็วบนถนนให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งทางด่วนและทางปกติ ส่วนผู้ที่ขับช้าแต่อยู่ในเลนขวาสุดนั้น จะกำหนดความเร็วผู้ที่ขับรถอยู่ในช่องทางขวาสุดเพื่อแก้ปัญหามนุษย์ลุง มนุษย์ป้า ที่ขับช้าแต่แช่เลนขวา โดยจะต้องถูกใบสั่ง

          

ภายหลังจากที่ประชุมสนช.ได้อภิปรายกันพอสมควรแล้ว ที่ประชุมสนช.จึงลงมติรับหลักการในวาระแรกด้วยเสียงเห็นชอบ 157 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาต่อไป

แสดงความคิดเห็น