ปชป.แฉยับ ปลัดดังเก็บบัตรปชช.แลกเงิน 500 บาท

ปชป.แฉยับ ปลัดดังเก็บบัตรปชช.แลกเงิน 500 บาท

นิพิฏฐ์ออกโรงแฉ ปลัดจังหวัดเตรียมลงสมัครส.ส.แต่เรียกกำนันเก็บบัตรประชาชนลูกบ้านแลกเงิน 500 บาท ชี้ซื้อเสียงชัดเจน เล็งเอาผิดถึงขั้นฟอกเงิน ชงกกต.สอบถึงยุบพรรค แต่อุบไม่บอกพรรคไหน

วันที่ 17 มกราคม 2562 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ ได้โพสต์เฟซบุกส์ส่วนตัวระบุว่า “ปลัดจังหวัดคนหนึ่ง เรียกกำนันคนหนึ่ง ไปบอกว่า ให้ถ่ายบัตรประชาชนลูกบ้านจะให้เงินลูกบ้านคนละ 500 บาท เป็นการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง เห็นข่าวท่าานปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ อปท.วางตัวเป็น กลาง ถ้าปลัดกระทรวงมหาดไทยสนใจอยากรู้ว่าปลัดจังหวัดคนไหนทำ โทรหาผม ท่านมีเบอร์ผมอยู่แล้ว”

นายนิพิฏฐ์ ขยายความถึงประเด็นนี้ว่า หลังจากได้โพสต์เฟซบุกส์ไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็โทรศัพท์มาสอบถามเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่า ปลัดจังหวัดคนดังกล่าวเตรียมลงสมัครส.ส.ในจังหวัดหนึ่งและมีพฤติกรรมสั่งการให้ผู้นำชุมชนและ อปท.บางส่วนในพื้นที่จัดเก็บบัตรประชาชน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยรับปากว่า จะไปตรวจสอบเรื่องนี้   ทั้งนี้ตนได้ร้องเรียนไปยังผอ.กกต.ประจำจังหวัดแต่ไม่ได้รับความใส่ใจอ้างว่ายังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งทำอะไรไม่ได้ ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ผิด เพราะเท่ากับเปิดทางให้มีการซื้อเสียงล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่สนใจเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่ควรจะใช้อำนาจในฐานะฝ่ายปกครองกำชับ หรือคาดโทษผู้นำชุมชนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง วางตัวไม่เป็นกลาง เพราะทราบว่าคนที่เก็บบัตรประชาชนมาจะได้หัวละ30 บาท และเมื่อรวมบัตรมาได้ก็จะได้เวินเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง  ส่วนคนให้ให้บัตรประขาชนจะได้คนละ500 บาท

“ผมรวบรวมหลักฐานการเก็บบัตรประชาชนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561ซึ่งพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องตั้งเป้าที่จะได้ส.ส.ในภาคใต้ มีการให้เก็บบัตรประชาชนใน 20 เขตของภาคใต้ โดยจังหวัดที่ตนยกขึ้นมาเปิดเผยนั้น มีเป้าหมายเก็บบัตรประชาชนให้ได้ 4 หมื่นใบ ขณะนี้ทำได้แล้ว 28,000 ใบ ให้เงินบัตรละ 500 บาทคูณไป ก็จะเห็นว่าถ้าเป็นไปตามเป้าหมายที่พวกเขาวางไว้จะใช้เงินถึง 20 ล้านบาทเพื่อซื้อเสียง ซึ่งผมมีหลักฐานภาพถ่าย และไลน์ประสานงานเพื่อดำเนินการในเรื่องที่ผิดกฎหมาย โยงไปถึงกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรคนั้นด้วย จึงถือว่าเป็นความผิดที่เข้าข่ายยุบพรรค และยังมีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน(ปปง.)ที่จะทำให้กก.บห.พรรคยกชุดถูกยึดทรัพย์ได้ด้วย” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายนิพิฏฐ์ยืนยันว่าในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้

แสดงความคิดเห็น