“บิ๊กตู่” เผย ไม่กดดัน ตัวเต็งนั่ง นายกฯคนต่อไป

“บิ๊กตู่” เผย ไม่กดดัน ตัวเต็งนั่ง นายกฯคนต่อไป

บิ๊กตู่ ไม่กดดัน ตัวเต็งนั่งนายกฯคนต่อไป ย้ำ วันนี้ยังทำงานในหน้าที่เต็มที่ ส่วนการหาเสียงเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ส่วนการวางตัว จะระมัดระวัง ปรึกษาฝ่ายกฎหมายในทุกเรื่อง วอน ประชาชน อะไรที่จบแล้ว ก็ขอให้จบกันไป อย่าให้มีปัญหาต่อไปอีกเลย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอบคำถามผู้สื่อข่าว ถึงกระแสกดดัน ที่เป็นตัวเต็งนายกฯ ภายหลังพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เสนอชื่ออยู่ในบัญชีนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะทุกวันนี้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยวันนี้ทำงานในหน้าที่นายกฯ และหัวหน้าคสช.อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะดำเนินการไป

          

“การวางตัวนับจากนี้ จะระมัดระวังให้มากที่สุด โดยจะปฏิบัติทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายที่ กกต. และ กฎหมายอื่นๆกำหนด ส่วนกิจกรรมต่างๆของรัฐบาล ก็จะดำเนินการต่อไป แต่ขอร้องอย่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะถือเป็นคนละเรื่องกัน การเมืองเป็นเรื่องอนาคต การเลือกตั้งก็เป็นเรื่องของอนาคต เราจะกำหนดบทบาทของประเทศอย่างไร ซึ่งประชาชนต้องเรียนรู้จุดนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

         

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)จะชู แคนดิแดนในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ก็เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ขณะประเด็นที่ประชาชนอยากเห็นไปร่วมหาเสียงด้วยนั้น ก็ต้องตอบว่า วันนี้สามารถพบได้ทุกช่องทางอยู่แล้ว เพราะมาทำงานทุกวัน ไม่เคยหยุดราชการ ขอร้องอย่าทำให้ทุกอย่างเป็นประเด็น  การพบปะประชาชนมีในหลายโอกาส ที่สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งในเรื่องนี้ได้สอบถามและหารือกับฝ่ายกฎหมายมาโดยตลอด

          

สำหรับกรณี  มีเสียงเรียกร้องอยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมดีเบต กับแคนดิเดตนายกฯพรรคอื่นๆ ด้วยนั้น  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การร่วมดีเบตนั้น เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งกฎหมายเขียนอย่างชัดเจนว่า สามารถทำได้หรือไม่ ควรหรือไม่ควร เรื่องนี้ตนต้องพิจารณาให้รอบคอบ

          

วันนี้ผมอยากฝากข้อคิด ในการดีเบต อย่าเชื่อหรือฟัง คนที่พูดเก่งอย่างเดียว แต่ความจริงกลับปฏิบัติไม่ได้หลายอย่าง เพราะกระทบต่อการใช้จ่ายงบประมาณ วิธีการทำงานก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีสภา กฎหมายการเงินการคลัง กฎหมายงบประมาณ การพูดว่า จะให้นั้นให้นี่ ข้อเท็จจริงแล้ว ตัวเลขนั้นทำไม่ได้ จะใช้งบจำนวนมากได้อย่างไร เพราะภาษีต่างมาจากคนทุกกลุ่ม แต่อยากให้มองผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจริง จึงขอฝากข้อคิดกับประชาชน ผมไม่ได้เข้าข้างใครพล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเหตุการณ์วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ควรมีผู้รับผิดชอบหรือไม่อย่างไร  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะดำเนินการ

          

ทั้งนี้ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ คนไทยทุกคนต้องระลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านทรงให้แนวทางลงมายังรัฐบาลโดยทรงพระราชทานพระราโชบาย มาถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประชาชนมีความสุข มีทางออก ทางเลือกในการทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น และการแก้ปัญหาสังคม ต้องสร้างระเบียบวินัยของคนในชาติ ซึ่งผมตีความถึงการเคารพกฎหมายด้วย ต้องทำให้ทุกคนไม่มีผลกระทบต่อกันและกัน อีกเรื่อง คือการทำให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ โดยนำวัฒนธรรมและความเป็นมาของชาติ ไปเพิ่มมูลค่า ซึ่งในเรื่องนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับไปดำเนินการแล้ว

ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนอีกครั้ง อะไรที่จบแล้ว ก็ขอให้จบกันไป อย่าให้มีปัญหาต่อไปอีกเลย แต่วันนี้ก็ยังไม่พ้น เพราะยังมีคนโพสต์เรื่องต่างๆในโซเชียลฯ เราต้องลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด ฝากขอบคุณสื่อมวลชนทุกสำนักด้วย ขอให้มีการปรับตัว ผมเองก็ปรับตัวด้วย นักการเมืองและพรรคการเมืองทุกพรรค ก็ต้องปรับตัว ผมไม่ได้บอกว่า ใครทำดีทำเลว แต่เราต้องปรับตัวเพื่อให้ประเทศเดินหน้า ด้วยความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องขอร้องทุกคนนายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไปร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ตรวจสอบคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯพรรค พปชร. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  ไม่มีสาระ

        

แสดงความคิดเห็น