ลุยปั้นศก.ไทย ”สมคิด”ย้ำการเมืองไว้ทีหลัง

ลุยปั้นศก.ไทย ”สมคิด”ย้ำการเมืองไว้ทีหลัง

     รองนายกฯ สมคิด เผยขอเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาสร้างเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น ยันยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องการเมือง หวังให้อนาคตรัฐบาลใหม่ช่วยสานต่อนโยบายเดิม   

         ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับตน ที่ว่ามีส่วนจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ และประชารัฐยั่งยืน ร่วมกับกลุ่มนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดคลัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงกระแสข่าว และขอทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเสียก่อน เพราะตนเองไม่ได้ดูแลเรื่องการเมือง

        ทั้งนี้ในอนาคตต่อจากนี้เมื่อมีการเลือกตั้ง ตนอยากให้รัฐบาลใหม่ สามารถสานต่อนโยบายเดิมไปได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับรายชื่อบุคคลข้างต้นนั้น ตนมองว่าเป็นบุคคลที่ล้วนแต่มีความรู้ความสามารถในการทำงานทั้งสิ้น     

        ด้านประเด็นที่มีการหารือในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาตินั้น ดร.สมคิด กล่าวว่า ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดพัฒนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก โดยมี จ.อ่างทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง สามารถปรับจุดขายด้านวัฒนธรรม การสร้างเรื่องราวให้เป็นแรงดึงดูด เหมือนกับกระแสละคร “บุพเพสันนิวาส”  จนทำให้ผู้คนหลั่งไหลไปเที่ยวพระนครศรีอยุธยาเป็นจำนวนมากในขณะนี้ 

      ดังนั้น การที่จะรอโปรโมทการท่องเที่ยวในแบบเดิมเพียงอย่างเดียวคงทำไม่ได้ ซึ่งจะต้องมีการผลักดันแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องไปกับนโยบาย  “Thailand Riviera”  โดยจะมีปรับงบประมาณบางส่วนมาลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ่างทอง ในการพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน   เพราะรัฐบาลต้องการผลักดันให้การท่องเที่ยวชุมชนเกิดขึ้นอย่างจริงจัง โดยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่เชื่อมโยงไปจังหวัดต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

      นอกจากนี้ ตนยังได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ศึกษาแนวทางการนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีให้กับผู้สูงอายุตั้งแต่ 55-70 ปี  เพราะกลุ่มนี้มีจำนวนสูงถึง 10.5  ล้านคน รวมทั้งการออกมาตรการด้านต่างๆ รองรับและอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ เพราะเป็นกลุ่มระดับกลางที่มีกำลังซื้อสูงกว่าวัยอื่นถึง 2 เท่า เนื่องจากการใช้เงินออมในการพักผ่อน โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีการจัดทัวร์ในประเทศต่อ 1 ทริป เป็นมูลค่านับหลักล้านบาท  ซึ่งคาดว่ากระทรวงการคลังจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

แสดงความคิดเห็น