“แม่ตัวอย่าง” มทร.ธัญบุรี ขับแท็กซี่กว่า 17 ปีส่งลูกเรียน

“แม่ตัวอย่าง” มทร.ธัญบุรี ขับแท็กซี่กว่า 17 ปีส่งลูกเรียน

ถือโอกาสเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม พ.ศ.2560 นำเรื่องราวดี ๆจากผู้หญิงหัวใจแกร่ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ตัวอย่าง” ประจำปีการศึกษา 2560 จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มานำเสนอให้เป็นแบบอย่างในสังคมไทยว่าสังคมนี้ยังมีคนน้ำใจงามที่น่ากราบ และเหนืออื่นใดไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย เพราะสิ่งที่เธอคนนี้ได้กระทำในฐานะ “แม่” มันช่างยิ่งใหญ่นัก


เธอคนนี้คือ นางผ่องศรี ช่างคิด คุณแม่ของนายณัฐพล เกิดเอี่ยม นักศึกษาชั้นปีที่4 สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี 1 ใน13 คุณแม่ตัวอย่างที่มีหัวใจแกร่ง ยึดอาชีพขับแท็กซี่เพื่อหาเงินส่งลูกเรียน มาเป็นเวลากว่า 17 ปี
“นางผ่องศรี ช่างคิด” เล่าว่า เธอเป็นคนจังหวัดลพบุรี และได้สมรสกับ นายไชยศ เกิดเอี่ยม มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ นายเอกสิทธิ์ เกิดเอี่ยม ปัจจุบัน อายุ 33 ปี สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ปัจจุบันทำงานตำแหน่งพนักงานอยู่ห้องเครื่องมือ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนายณัฐพล เกิดเอี่ยม ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 สาขานาฏศิลป์ไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี เมื่อลูกชายคนเล็กอายุได้ 4 ขวบ สามีได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ตอนที่สามีมีชีวิตอยู่เป็นผู้จัดการอยู่บริษัทคอนกรีตแห่งหนึ่ง ส่วนเธอเองขายอาหารตามสั่งอยู่ที่บ้านและเลี้ยงลูกน้อยสองคน เมื่อสามีป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทำงานไม่ไหวบริษัทจึงให้ออกจากงาน โดยให้เงินมาจำนวน 200,000 บาท สามีจึงนำเงินไปซื้อรถแท็กซี่มาขับเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว โดยขับได้เพียง 3 เดือน อาการมะเร็งกำเริบ และเริ่มทรุดจึงเข้าผ่าตัดและรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในที่สุด หน้าที่ของพ่อและแม่จึงเริ่มขึ้น ต้องหาเงินมาเลี้ยงลูก จุนเจือในครอบครัว จุดเริ่มต้นของอาชีพขับแท็กซี่เกิดขึ้นเมื่อปี 2543
ปัจจุบันตนเองอายุ 54 ปี โดยขับรถแท็กซี่สหกรณ์บวรแท็กซี่ จำกัด รับ- ส่งผู้โดยสาร แถวรังสิต จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร เธอเล่าว่ายึดอาชีพขับแท็กซี่มา 17 ปี ซึ่งขณะนั่นอาชีพแท็กซี่เป็นอาชีพที่สร้างรายได้และทำให้เธอมีเงินส่งลูกเรียน ต้องออกจากบ้านขับรถตั้งแต่ 06.00 ถึง 21.00 น.ทุกวัน บางครั้งต้องขับถึง 24.00 น. ตอนเช้าขับมาส่งลูกชายเรียนที่มหาวิทยาลัยตอนกลับมารับแต่ถ้ามีลูกค้าลูกก็ต้องกลับบ้านเอง “ตั้งใจจะส่งลูกเรียนให้จบปริญญาตรี ให้จบสูง ๆ” ส่วนลูกคนโตสละให้น้องเรียน เพราะว่าอยากทำงานแบ่งเบาภาระของแม่
เธอเล่าว่าตัวเธอเองอาจจะไม่แข็งแรงเหมือนผู้ชาย บางครั้งรถยางรั่วก็ลำบาก แต่ด้วยตนเองประสบปัญหาดังกล่าวมาและมีประสบการณ์จึงสามารถถอดเปลี่ยนยางเองได้ “ถ้าเราไม่ทำเองใครจะทำให้” ชีวิตคนขับแท็กซี่พบปะคนหลายรูปแบบ แต่อย่างไรก็ตามคนให้บริการต้องใจเย็น ลูกค้าใจร้อน ขี้บ่น คนขับแท็กซี่ก็ต้องใจเย็นและรับฟังลูกค้า บางครั้งรถติดก็ไม่ควรบ่นต่อหน้าลูกค้า “บ่นไปรถก็ไม่หายติด บ่นไปก็ไร้ประโยชน์”
นางผ่องศรี ยังเล่าต่อว่าสังคมไทยเริ่มเปลี่ยนไปมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าแท็กซี่โดนปล้น โดนชิงทรัพย์ เธอจึงตัดสินใจเข้าอบรมผู้ขับขี่แท็กซี่ ซึ่งในหลักสูตรจะสอนสังเกตลูกค้าก่อนรับขึ้นรถ ใครมีท่าทางหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะไม่รับ เพื่อเป็นการป้องกันตนเอง
“มีลูกค้าบางท่านตอนขึ้นมาในรถ ถามว่าเป็นผู้หญิงทำไมมาขับแท็กซี่ แม่ตอบว่าที่บ้านไม่มีพ่อบ้านต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ลูกค้าบ้างท่านเห็นเขาคงสงสารให้ทริปแม่ด้วย 100-200 บาท” หรือ “ลูกค้าบางคนบอกให้แม่แซงรถข้างหน้า ปาดซ้ายปาดขวาหรือว่าปาดหน้าไปเลย แต่แม่ไม่ทำนะ แม่บอกเขาว่ามันไม่ดี มันผิดกฎหมาย บ้างครั้งแม่จอดรถและแนะนำให้ลูกค้าไปนั่งคันอื่น แต่น้อยคนที่จะเป็นแบบนี้” แม่ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีสติ “ถ้าตัวเราคิดดี คนอื่นต้องคิดดีกับเรา”


เธอบอกว่าทุกวันนี้ภูมิใจในอาชีพขับแท็กซี่ส่งลูกเรียน เพราะว่าเป็นอาชีพสุจริตไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร แม่จะสอนลูกทั้งสองคนเสมอ “ไม่ให้เอาเปรียบคนอื่น” ภูมิใจที่มีลูกดี ลูกไม่เกเร ซึ่งลูกชายคนเล็กจะพยายามหาเงินเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระแม่ โดยเป็นวิทยากรลูกเสือช่วยงานการฝึกอบรมเยาวชน หรือลูกเสือเนตรนารี ยุวกาชาด และผู้บำเพ็ญประโยชน์ของโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดปทุมธานี ถ้าไม่มีเรียน และการเล่นลิเก คณะรวมมิตรศิษย์บรรทม ซึ่งเป็นคณะลิเกของอาจารย์ในสาขานาฏศิลป์ไทยศึกษาที่มหาวิทยาลัย
ด้วยลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลาย รายได้การขับแท็กซี่ลดลง เหลือเพียงวันละ 500 – 700 บาท ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์จะได้ดีกว่าวันปกติ ทุกคนย่อมมีปัญหาและความทุกข์ในการดำเนินชีวิต ท้อแท้ ทุกครั้งที่รู้สึกแบบนั้นจะนึกถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงแม่มา เหมือนที่แม่ต้องเลี้ยงลูกของแม่ “จะไม่มองคนที่สูงกว่าแม่ ไม่เอาชีวิตไปเปรียบกับคนอื่น” ทุกวันนี้ทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด “แม่ขับรถบนถนนเจอคนเข็นรถเข็นเก็บขยะ” มีคนที่ยากลำบากกว่าตัวเรา จะไม่เอาความท้อแท้มาบั่นทอนชีวิต “แม่ไม่มีเงินแต่แม่มีความสุขที่มีลูก” นี่คือความสุขที่สุดของแม่ “แม่ลำบากได้แต่อย่าให้ลูกแม่ลำบาก” ฝากถึงคุณแม่ทุกคน ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด และขอเป็นกำลังใจกับแม่ทุกคน
“น้องนัท” นายณัฐพล เกิดเอี่ยม ลูกชายคนเล็ก เล่าว่าด้วยคำสอนของแม่ว่าความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี ปัจจุบันผมจะพยายามแบ่งเบาภาระของแม่ให้ได้มากที่สุด เงินที่หามาได้จากการเป็นวิทยากรลูกเสือ รับงานลิเก รวมไปถึงงานแสดงต่างๆ ผมจะพยายามแบ่งใช้อย่างประหยัด ไม่เคยอายที่ทุกครั้งที่แม่ขับรถแท็กซี่ไปส่งที่โรงเรียนและส่งที่มหาวิทยาลัย ทุกวันที่ผมกลับบ้าน แม่จะกลับบ้านหลังสามทุ่มทุกวัน ผมสงสารแม่อยากให้แม่เหนื่อยน้อยที่สุด อีก 1 ปีผมจะสำเร็จการศึกษาเป็นคุณครูตามที่ตนเองได้วาดฝันไว้ ผมจะให้แม่หยุดขับแท็กซี่แม่จะได้หยุดพัก”

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ +66 2102 0379 ต่อ 506

แสดงความคิดเห็น