สานพลังประชารัฐ แผนปี 61 เน้นลดความเหลื่อมล้ำ

สานพลังประชารัฐ แผนปี 61 เน้นลดความเหลื่อมล้ำ

รองนายกฯ สมคิด ให้นโยบายคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปี 61 เน้นพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาคุณภาพคน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์   รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ร่วมกับหัวหน้าทีมภาครัฐและเอกชน เพื่อติดตามผลดำเนินงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และกำหนดแผนดำเนินงานในปี 61 รองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0  หวังพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาขีดความสามารถ พัฒนาคุณภาพคน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ที่ประชุมฯ จึงกำหนดแผนงานสำคัญ ได้แก่ โครงการทัวร์ริมโขง หวังรวมจังหวัดริมแม่น้ำโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวจาก จ.เลย ล่องลงมาตามแม่น้ำโขงจนถึงจ.อุบลราชธานี เพื่อสร้าง ทั้งรายได้กิจกรรมการท่องเที่ยว การกีฬาด้านท่องเที่ยว เช่น ปั่นจักรยาน แรลลี่

 

โครงการไทยเที่ยวทั่วไทย หวังฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น ผนวกกับนวัตกรรม แนวคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เน้นพัฒนาเมืองท่องเที่ยวรอง , โครงพัฒนาการค้าเมืองชายแดน แม่สอด เพื่อให้เป็นแหล่งค้าปลีก ค้าส่งใหญ่ที่สุดของไทย, โครงการเกษตรแปลงใหญ่ประชารัฐสมัยใหม่ หวังยกระดับเกษตรกรไปสู่ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้เสนอให้รัฐบาลจัดสรรระบบน้ำให้เพียงพอต่อการทำเกษตรแปลงใหญ่ ,โครงการจัดตั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทประชารัฐ ระดับจังหวัด เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก หวังสร้างรายได้ในชุมชน  เตรียมเสนอรัฐบาลกำหนดแนวทางชัดเจนภายใต้ พ.ร.บ.วิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อปลดล็อคอุปสรรคปัญหา

 

ด้านโครงการพัฒนาผู้นำชุมชน ได้ขยายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุม ยกระดับผลิตบุคคลากรอาชีวะ เพื่อรองรับความต้องการของเอกชนกลุ่มเป้าหมาย  เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาแผนในช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยรองนายกฯสมคิดจะติดตามงานต่อเนื่อง คาดว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชน จะปลดล็อคด้านต่างๆ รองรับการพัฒนาเขต EEC เขตเศรษฐกิจพิเศษ  ขณะที่คณะกรรมการสานพลังประชารัฐแต่ละกลุ่มได้เสนอขอรัฐบาลแก้ปัญหา เช่น การเร่งรัดผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ การกำหนดค่าจ้างผู้สูงอายุ  300 บาทต่อวัน และเปิดกว้างคนพิการมีส่วนในการทำงานจากคนพิการทั้งหมด 1.6 ล้านคน  การจัดตั้งศูนย์ “One Stop Service“ เพื่อบริการใบอนุญาต และข้อเสนอผ่อนปรนแก้ไขกฎระเบียบ

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ หัวหน้าด้านการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่ คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ กล่าวว่า การส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นต้องใช้ตลาดเป็นตัวนำ เป็นตัวอย่างทั้งสินค้าคุณภาพ และดึงเอสเอ็มอีเข้ามาร่วมมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม การออกแบบรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนาแรงงานคุณภาพ ทั้งไบโอชีวภาพ ผลิตอาหารเสริม การจัดการเรื่องบริหารจัดการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ผ่านความร่วมมือของภาพเอกชน โดยจีนพร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเหลือในการพัฒนาบุคคลากรเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน   ที่ประชุมระบุว่า บริษัทเอกชนทุกรายที่เข้าร่วมโครงการไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายใหญ่ เพื่อเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐ สามารถนำค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน เพราะเป็นการทำเพื่อส่วนรวม

 

นายกลิน สารสิน ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า แนวทางส่งเสริม การท่องเที่ยว กระจายรายได้ไปสู่ชุมชนยึดพื้นที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ทั้งเครื่องบิน เส้นทางคมนาคมทางถนน สินค้าชุมชน การดีไซต์สินค้า การจัดประชุมสัมมนา เนื่องจากการพัฒนาด้านท่องเที่ยวเป็นนโยบายสำคัญ ต้องปรับปรุงมาตรฐานไกด์ให้เพียงพอ    นายเจน นำชัยศิริ   ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การพัฒนาเอสเอ็มอี มุ่งส่งเสริมแหล่งทุน เช่น โครงการพี่ช่วยน้องเข้าไปช่วยเหลือเอสเอ็มอี ในปีหน้าตั้งเป้าหมาย เดิม 50 ราย เพิ่มเป็น 200 ราย และเน้นเอสเอ็มอีมาตรฐาน เพื่อช่วยเอสเอ็มอีออกสู่ตลาดต่างประเทศผ่าน ISO หาวิธีให้เข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบงานมาตรฐาน.

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 062-352-5364 , 097-054-8262

แสดงความคิดเห็น