“สนธิรัตน์” เสริมเขี้ยว SMEs 30,000 ราย ด้วยหลักสูตร NEA

“สนธิรัตน์” เสริมเขี้ยว SMEs 30,000 ราย ด้วยหลักสูตร NEA

“สนธิรัตน์”ต่อยอดหลักสูตร NEA ตั้งเป้าปีหน้าผลักดันผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 30,000 ราย เข้าอบรม 5 หลักสูตร เพื่อเสริมความแกร่งผู้นำชุมชน SMEs ที่ต้องการต่อยอดไปส่งออก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy (NEA) ภายใต้การกำกับดูแลของ ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดงานเปิดตัวหลักสูตรใหม่และประกาศความพร้อมในการให้บริการของสถาบันฯ ในวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ณ สถาบันผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ถ.รัชดาภิเษก

 

NEA เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งแบบเข้ามาอบรมด้วยตัวเองและอบรมออนไลน์รวมแล้วกว่า 20,678 รายโดย ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้ประกอบการในปีงบประมาณ 2561 ให้ถึง 30,000 ราย

 

สถาบันการอบรมดังกล่าวรองรับผู้ประกอบการทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่ต้องการส่งสินค้าไปต่างประเทศ โดยสถาบันได้เตรียมความพร้อมด้านห้องประชุม ห้องสัมมนา ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ประกอบการที่มาใช้บริการ

 

หลักสูตรที่ทางสถาบัน NEA เปิดให้การอบรมมีทั้งหมด 5 หลักสูตรประกอบด้วย 1) New Economy Amplifier เป็นหลักสูตรที่เตรียมความพร้อมให้ความรู้และความชำนาญในด้านเทคนิค และวิธีการถ่ายทอด สร้างความชำนาญในการถ่ายทอดความรู้ แก่ผู้ที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการอื่นต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายอาทิเช่น ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่สถาบันฯ เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์ อาจารย์ และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน เป็นต้น โดยมีกระบวนการสอนตั้งแต่การเข้าอบรมความรู้ ฝึกภาคปฏิบัติ และทดลองปฏิบัติจริง

 

2) New Economy Foundation หลักสูตรเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการมือใหม่ หรือ ผู้ที่สนใจจะประกอบธุรกิจ ให้มีศักยภาพในตลาด สามารถเริ่มเข้าตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายเช่น บุคคลทั่วไปที่ต้องการเริ่มประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก

 

3) IT4SMEs เป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน IT ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยทักษะด้าน E-Business รวมไปถึงความเข้าใจในธุรกิจ และกระบวนการต่างๆ เช่น การตลาดดิจิทัล(Digital Marketing) ระบบการชำระเงินออนไลน์ และระบบการขนส่ง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อพัฒนาต่อยอดสมรรถภาพของธุรกิจเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถทำการค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับประโยชน์สูงสุด

 

4) New Economy Driver หลักสูตรอบรมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งในและต่างประเทศ ส่งเสริมให้ก้าวเข้าสู่เวทีโลก กลุ่มเป้าหมายของระดับนี้ ได้แก่ ผู้ประกอบการตามกลุ่มประเภทสินค้าหรืออุตสาหกรรมที่มีความพร้อมสำหรับตลาดต่างประเทศ โดยในระยะแรกจะได้พัฒนาหลักสูตรนำร่องในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

 

และ 5) New Economy Connector เป็นเวทีสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างบุคลากรชั้นนำ ทั้งภาครัฐและเอกชนตามความเหมาะสมในแต่ละกลุ่มภูมิภาค โดยในระยะเริ่มต้นจะได้เน้นภายในกลุ่มประเทศ CLMVT เพราะปัจจุบันเป็นกลุ่มเป้าหมายของการส่งออกจากประเทศไทยเป็นอันดับ 1 และมีเป้าหมายที่จะขยายต่อไปในระดับโลก สร้างศักยภาพบุคลากรจากมุมมองธุรกิจจริง เน้นข้อมูลเชิงลึกสำหรับการสร้างมูลค่าเพิ่ม การทดลองปฏิบัติด้วยวิธีต่างๆ และการศึกษาวัฒนธรรมของประเทศคู่ค้า

 

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า “หลักสูตรใหม่ทั้ง 5 หลักสูตร ได้มีการพัฒนาต่อยอดจากหลักสูตรเดิม โดยอาจารย์ที่มีความชำนาญ ความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการได้ตรงตามวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายและการออกแบบหลักสูตรของเนื้อหาได้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น ตรงความต้องการ เพื่อให้นำไปปฏิบัติได้จริง ตามกลุ่มของผู้ประกอบการที่มีความต้องการและทิศทางการพัฒนาสินค้า และการเข้าตลาดที่ต่างกัน”

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 062-352-5364 , 097-054-8262

แสดงความคิดเห็น