ไม่ห้าม! ข้าราชการแต่งย้อนยุคทำงาน อิงกระแส บุพเพสันนิวาส

ไม่ห้าม! ข้าราชการแต่งย้อนยุคทำงาน อิงกระแส บุพเพสันนิวาส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 ว่า ในระยะเวลานี้ นอกจากงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว” ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยแล้ว โชคดีที่มีละคร “บุพเพสันนิวาส” เข้ามาเสริมอย่างลงตัว ซึ่งถือเป็นละครที่ดีในเวลานี้ สอดคล้องกับการรักษา สืบสาน ต่อยอด ความเป็น “ไทยนิยม”ตามนโยบายรัฐบาล ให้ดูเข้มแข็งขึ้น หลายคนอาจมองว่าเป็น “กระแส” หรือ “ลมเพ ลมพัด” ไม่นานก็จางหาย แต่ตนมั่นใจว่า สิ่งเหล่านี้ “อยู่ในสายเลือด” ของเราทุกคน ทั้งอุดมการณ์ ความรักชาติ คุณธรรม จริยธรรม รวมความไปถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของประเทศ

ดังนั้นเราจะต้องมีความหวงแหนในขนบธรรมเนียมประเพณีอันงดงามมาแต่โบราณกาล ตั้งแต่การแต่งกาย  ภาษา ไปจนถึงโบราณสถาน – โบราณวัตถุ เรามีสถานที่น่าสนใจทางวัฒนธรรมจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างไว้ให้ลูกหลาน

วันนี้ตนดีใจที่เห็นคนไทย ไม่ได้เคอะเขินที่จะแต่งกายย้อนยุคออกจากบ้าน ไปในสถานที่ต่างๆ ตนอยากเห็นบรรยากาศ หรือปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั่วไทย ตามโอกาสต่างๆ หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งชาวต่างชาติเอง ต่างก็เห็นคุณค่าและให้ความชื่นชมการแสดงออกลักษณะนี้

ขณะที่เราในฐานะลูกหลาน ก็ควรได้ตระหนักและช่วยกันอนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติให้กับลูกหลานของเราสืบไป อันนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่เราควรจะทำ ในส่วนของรัฐบาลเอง วันอังคารมีการแต่งชุดผ้าไทยอยู่แล้ว ตนก็ไม่ได้ห้ามถ้าใครจะแต่งชุดไทยย้อนยุคเข้ามาประชุมคณะรัฐมนตรี  หรือข้าราชการจะแต่งชุดไทยย้อนยุคมาทำงานก็สามารถทำได้

ทั้งนี้ตนก็อยากเห็นความหลากหลาย การเผยแพร่ออกไป ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา หรือสถานการทำงานของเอกชน ในธุรกิจต่างๆ ถ้าแต่งชุดเหล่านี้มาทำงานก็จะทำให้ความน่าสนใจดี ซึ่งจะทำให้มีบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลง ไม่ซึมเศร้า เหงาหงอย แต่ข้อสำคัญก็คืออย่าไปบังคับ

นอกจากนี้ควรส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยว ให้คนมาใช้เพื่อถ่ายรูป หรือเที่ยวในพื้นที่ที่มีโบราณสถาน มันก็เป็นภาพที่งดงาม เชื่อว่าทุกคนก็อยากจะได้เห็นภาพดังกล่าว ช่วยให้เกิดอาชีพสร้างรายได้ขึ้นมา ข้อสำคัญก็คืออย่าไปขึ้นราคา หรือไปหลอกลวง ขอให้ทำธุรกิจค้าขายโดยสุจริต

รวมทั้งการส่งเสริมสร้างนวัตกรรมในการผลิตผ้าไทยต่างๆออกมา ส่งเสริมให้เกิดการใช้มากขึ้น เพิ่มงาน เพิ่มรายได้ เรียกว่าเป็นการสร้างนวัตกรรมการส่งเสริมสร้างอาชีพโดยการใช้วัฒนธรรม

ขณะเดียวกันอีกเรื่องที่น่ายินดีในระยะเวลานี้ คือผล “สำเร็จ” ที่มาจากความเพียรของทุกๆฝ่าย ประกอบกับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งส่งให้การจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดประจำปี 2561 (Best countries 2018) จัดทำขึ้นโดย U.S. News & World Report  โดยผลจากการศึกษาของบริษัทเอกชนร่วมกับมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือแห่งหนึ่งของโลก ด้วยการตอบแบบสอบถาม ของนักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ทั่วโลก มากกว่า 21,000 คน ถึงความเห็นต่อประเทศต่างๆ ใน 9 มิติ อาทิ คุณภาพชีวิต สิทธิพลเมืองอิทธิพลทางวัฒนธรรมมรดกทางวัฒนธรรมโอกาสการเติบโตในอนาคต โอกาสในการทำธุรกิจ ความสามารถของผู้ประกอบการ การท่องเที่ยวผจญภัยเป็นต้น เพื่อจะนำผลลัพธ์ที่ได้มา จัดอันดับรวม โดยประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของ “ประเทศที่ดีที่สุด” จาก 80 ประเทศ ถึง 3 ด้านด้วยกันได้แก่

  1. ด้านการท่องเที่ยวผจญภัย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 4 เป็นผลจากความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวของคนไทย รวมทั้งสภาพอากาศบ้านเราที่เหมาะสมมีธรรมชาติที่สวยงาม มีสิ่งดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว มีการใช้จ่ายเงินในไทยเฉลี่ยเกือบ50,000 บาท ต่อครั้ง (1,530 เหรียญสหรัฐ) นับว่าเป็นอีกแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ ที่สามารถกระจายลงไปสู่พี่น้องในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลต่างๆ ได้โดยตรง ต่อจากนี้ตนอยากฝากให้ “ชุมชน” มีการบริหารจัดการ การให้บริการข้อมูล การอำนวยความสะดวกต่างๆ ผ่านกลไก “ประชารัฐ” ในพื้นที่
  2. ด้านโอกาสการเติบโตในอนาคต ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 6 ซึ่งเป็นผลมาจากการรักษาเสถียรภาพของประเทศ ความมั่นคง ปลอดภัย เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของนักลงทุน และรัฐบาลต่างประเทศ  โดยรัฐบาลนี้ และ คสช. มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ในการที่จะสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน โดยการผลักดันให้มียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี มีแผนปฏิรูปประเทศที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เช่น  นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ “EEC” ส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ล้วนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของโลกในอนาคต ซึ่งจะเป็น “แหล่งบ่มเพาะ” นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ วิศวกร แรงงานที่มีทักษะ และนวัตกรรมใหม่ๆ ของเราเอง โดยมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง มีการยกระดับการให้บริการภาครัฐที่ “สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย” และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อขออนุญาตประกอบธุรกิจ (Ease of doing business) เป็นต้น

และ 3. ด้านมรดกทางวัฒนธรรมไทยเราได้รับอันดับที่ 8 โดยเฉพาะด้านอาหารที่ประเทศไทยของเราได้คะแนนสูงเท่ากับประเทศฝรั่งเศส เพราะเรามีทั้งอาหารที่มีเอกลักษณ์ มีรสชาติเป็นที่ชื่นชอบของชาวโลก เช่น “แกงมัสมั่น” ซึ่งได้อันดับ 1 ของโลก ตามที่ CNN ได้จัดอันดับ 50 สุดยอดอาหารเด็ด จาก “ทั่วโลก” รวมทั้งต้มยำกุ้งและส้มตำ ซึ่งตนได้กล่าวถึงไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้ง ผลไม้เมืองร้อนที่หลากหลายตามฤดูกาล

อย่างไรก็ตามในเรื่องเหล่านี้ต่างประเทศเขาประเมินประเทศไทยในทางที่ดี แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่ายังมีบางคนจะบิดเบือนพยายามให้ข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพื่อหวังผลในเรื่องการเมืองอย่างเดียว เพราะฉะนั้นก็อยากให้สังคม สื่อต่างๆ ช่วยกันระมัดระวัง ในการให้ข่าวลักษณะนั้นด้วย

Thaiquote คิดล้ำ นำเทรนด์
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thaiquote.org
https://www.facebook.com/thaiquote.org
ทวิตเตอร์ @ThaiQuoteORG
สนใจลงโฆษณาติดต่อด่วน thaiquoteorg@gmail.com
โทรศัพท์ 092-4429342, 02-1020379 ต่อ 415

แสดงความคิดเห็น