รมว.ศึกษา ย้ำเล่นกีฬาความปลอดภัยต้องอยู่ในสายเลือด

รมว.ศึกษา ย้ำเล่นกีฬาความปลอดภัยต้องอยู่ในสายเลือด

รมว.ศึกษา ย้ำไม่เห็นด้วยกับการนำเด็กมาชกมวยและย้ำเรื่องความปลอดภัยควรอยู่ในสายเลือดของคนกำกับดูแล ทุกเรื่องไม่จำเป็นต้องกำชับหรือขันน็อตออกเป็นนโยบาย ด้าน สพฐ.จะร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำหลักสูตรใช้เป็นวิชาเลือก คือ ฟุตบอล ยิมนาสติก การลอยตัวในน้ำและมวยไทย

16 พ.ย.61 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ.ได้รับหมายมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขับเคลื่อนโครงการนำกีฬาสู่ระบบการศึกษา ตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนกีฬาชนิดต่างๆ

ก่อนหน้านี้ สพฐ.ได้ดำเนินโครงการ “ห้องเรียนกีฬา” อยู่ก่อนแล้ว แต่การนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา จะมีการจัดทำหลักสูตรเพิ่มเติม จะสอนนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึง ม.6 โดยหลักสูตรนี้จะเน้นเรื่องทักษะการออกกำลังกาย ส่วนกีฬามวยไทยก็ใช้ท่ามวยไทยเป็นหลัก สอนแบบศิลปะไทย ไม่ใช่สอนให้เด็กนำไปเป็นอาชีพชกมวยให้ตายไปข้างหนึ่ง ซึ่งตนก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่เอาเด็กมาชกมวย เพราะทำร้ายสมอง ไม่ดี แต่ถ้าเล่นเป็นกีฬา ศิลปะของไทยเพื่อป้องกันตัว เรียนรู้แบบง่ายๆ ซึ่งการจะสอนกีฬาชนิดใดก็ต้องมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยที่เป็นสากลด้วย ไม่ใช่มาต่อยกันแบบมวยวัด ตนก็ไม่เห็นด้วย

“ทำไมทุกเรื่องต้องให้กำชับ ทำไมทุกเรื่องต้องให้ขันน็อด ทำไมไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เรื่องความปลอดภัยทำไมต้องรอให้สั่งนโยบาย นโยบายคือการให้ทำอะไรใหม่ๆ ส่วนเรื่องความปลอดภัย จะต้องสั่งเป็นนโยบายหรือ ทุกคนควรจะสำนึกเรื่องความปลอดภัยของเด็กถูกไหม ต้องอยู่ในสายเลือดที่จะดูแลเด็กให้ปลอดภัย บางคนวิธีที่ดีที่สุดถ้าทำผิดด้วยความไม่รู้ ก็ให้เรียนรู้ครั้งหนึ่ง ถ้าทำผิดซ้ำอีกๆ ก็ต้องไล่ออก ไปทำอย่างอื่น”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.จะร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการจัดทำหลักสูตรเพื่อนำไปใช้เป็นวิชาเลือก วิชาเพิ่มเติม โดยจะเปิดสอนใน 4 หลักสูตร คือ ฟุตบอล ยิมนาสติก การลอยตัวในน้ำและมวยไทย โดยเฉพาะมวยไทย สพฐ.จะร่วมกับสมาคมมวยไทยแห่งประเทศไทย มาฝึกในรูปแบบคีตะมวยไทย จะเน้นทักษะมาประยุคกับการออกกำลังกาย และเอาดนตรีมาประกอบจังหวะการไหว้ครู ซึ่งจะเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักวัฒนธรรมของไทยด้วย จะไม่เน้นในเรื่องของการปะทะกัน หรือชกเอาแพ้เอาชนะ จะเน้นให้เด็กออกกำลังกายและรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทย

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ส่วนการสอนกีฬายิมนาสติก ก็จะเน้นการยืดหยุ่นร่างกาย และการสอนการลอยตัวในน้ำ ก็เพื่อให้เด็กรู้จักการเอาตัวรอด สำหรับกีฬาฟุตบอลก็จะมีการพัฒนาโค้ชให้เป็นสากล แต่หลักสูตรเหล่านี้จะไม่ให้เด็กเล่นตามลำพัง เพราะจะมีการฝึกร่วมกับวิทยากร เช่นการลอยตัวในน้ำก็จะมีวิทยากรแกนนำไปฝึกกับชมรมว่ายน้ำไลฟ์สไตล์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะมีวิทยากรกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถสอนการลอยตัวได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมการเล่นกีฬาสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเปิดพื้นที่โรงเรียนให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สนามกีฬาของโรงเรียน โดยขณะนี้พบว่ามีสถานศึกษามากกว่า 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ที่พร้อมให้ประชาชนเข้าใช้บริการ รวมถึงการสนับสนุนให้ประชาชนใช้อุปกรณ์กีฬาของโรงเรียนได้ด้วย และตอนนี้ก็มีบุคคลที่มีความพร้อมสมัครเข้ามาเป็นโค้ชจิตอาสามากกว่า 7 หมื่นคนแล้ว โดยมีบุคคลที่สังกัดสพฐ. 5 หมื่นคน และประชาชนภายนอกกว่า 2 หมื่นคน และช่วงนี้ เป็นการแข่งขันกีฬานักเรียนระดับชาติ เพื่อคัดเลือกเด็กนักเรียนทั่วประเทศเข้าสู่การแข่งขัน สพฐ.เกมส์ด้วย

แสดงความคิดเห็น