พญาอินทรียอมถอย “พักรบสงครามการค้า”

สงครามการค้าจีน-สหรัฐ พญาอินทรียอมถอย “พักรบสงครามการค้า”

เวทีประชุมสุดยอดกลุ่มจี-20 ครั้งล่าสุด ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายนต่อเนื่องวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ได้รูดม่านปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยที่บทสรุปการประชุมกับวาระการประชุมที่ถูกกำหนดไว้เหมือนใส่ “คอนเวิร์ส”…ทางใครทางมัน!!

วาระการประชุมกลุ่มจี-20 คราวนี้กำหนดว่าจะคุยกัน 3 เรื่องหลัก คือ

1.โครงสร้างพื้นฐานว่าด้วยการพัฒนา

2.ความยั่งยืนของอาหารในอนาคต

3.การจัดระเบียบสกุลเงินดิจิทัล

ผลการประชุมที่สรุปออกมาในแถลงการณ์ร่วมไปกันคนละทิศคนละทางกับวาระการประชุม โดยไปกระจุกตัวอยู่กับเรื่องการจัดระเบียบการค้าโลก ว่ากันด้วยเรื่องการ “ยกเครื่อง” องค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) ซึ่งให้ความสำคัญกับประเด็น “การค้าที่เป็นธรรม” (Fair Trade) เหนือ “การค้าเสรี” (Free Trade)

แถลงการณ์ร่วมฉบับ”บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น”

สาระสำคัญในแถลงการณ์ร่วมการประชุมกลุ่มจี-20 ครั้งนี้ น่าจะถือเป็นแถลงการณ์ร่วมฉบับ “บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น” ด้วยเหตุที่มีความประนีประนอมอย่างสูงในการใช้ถ้อยคำไม่ให้ก่อเกิดปัญหาแสลงตาแสลงใจผู้นำบางประเทศ กระทั่งปฏิเสธการรับรองแถลงการณ์ร่วม และเป็นเหตุให้แถลงการณ์ร่วม ต้องกลายเป็น “แถลงการณ์ล่ม” เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง 2 หน คือการประชุมสุดยอดกลุ่มจี-7 และการประชุมสุดยอดเอเปก

“ตัวป่วน” ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “แถลงการณ์ล่ม” ทั้ง 2 ครั้ง คือ ตัวเดียวกัน…คือผู้นำสูงสุดของประเทศสหรัฐอเมริกา

น่าสังเกตว่าประเด็นเปราะบางที่มีการพูดคุยกันระหว่างการประชุมกลุ่มจี-20 ว่าด้วยการค้าโลกกำลังต้องเผชิญความเสี่ยงจากลัทธิกีดกันทางการค้า ก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่กล่าวถึงลัทธิกีดการทางการค้า และไม่พาดพิงฉวัดเฉวียนไปถึงประเทศ “ตัวการ” แพร่เชื้อกีดกันทางการค้า ให้ปรากฏอยู่ในแถลงการณ์ร่วม เพื่อไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับผู้นำประเทศสหรัฐอเมริกา

ทำนองเดียวกันประเด็นเปราะบางอย่างกรณีฆาตกรรม “จามัล คาช็อกกี” นักข่าวสังกัดหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ก็ละเว้นที่จะไม่มีการกล่าวถึง เพื่อไม่ต้องการให้ “เจ้าชายมกุฎราชกุมาร” แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่ไปร่วมประชุมด้วยต้องกระอักกระอ่วนใจ

กรณีการคุกคามยูเครนของรัสเซีย ก็ได้รับการงดเว้นไม่แตะต้องข้องแวะระหว่างการประชุมคราวนี้ เพื่อให้เกียรติแก่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

“ทรัมป์” เหมือนพญาอินทรีติดบ่วง!

ปฏิกิริยาของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ระหว่างการประชุมกลุ่มจี-20 ครั้งล่าสุดนี้ ดูจะไม่สู้มีสง่าราศีสมกับการเป็นผู้นำประเทศอภิมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก แถมยังโดนตั้งป้อมสกัดการสำแดงพฤติกรรม “นักเลงโต” บนเวทีการค้าโลก โดยการประสานความร่วมมือกันของ 3 ผู้นำคือประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง แห่งประเทศจีน-ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และนายกรัฐมนตรีนาเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ในการต่อสู้กับลัทธิกีดกันทางการค้าของผู้นำสหรัฐอเมริกา

การแสดงออกอย่างเปิดเผยของผู้นำ 3 ชาติ ซึ่งมีประชากรรวมกันไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก ในการ “งัดข้อ” กับลัทธิกีดกันทางการค้า ทำเอาผู้นำสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประชากรรวมกัน 350 ล้านคน ถึงกับ “ซ่าไม่ออก”

จำยอมชะลอโขกภาษีจีน 90 วัน

แรงบีบอัดของผู้นำประเทศในระหว่างการประชุมกลุ่มจี-20 ที่มีต่อประธานาธิบดี ทรัมป์ ไม่เพียงทำให้เขา “ซ่าไม่ออก”เท่านั้น แต่ต้องยอมโอนอ่อนผ่อนความแข็งกร้าวต่อจีนลง

เหตุการณ์ก่อนหน้าการประชุมกลุ่มจี-20 จะเริ่มขึ้นไม่กี่วัน บรรดาคนใหญ่คนโตในรัฐบาลอเมริกันออกมาพูดจาข่มขู่จีน เขย่าขวัญประชาคมโลกให้ขวัญหนีดีฝ่อ โดยยืนยันจะโขกอากรนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้ารีดภาษีจากสินค้าจีนให้ได้ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แถมยังพูดจายียวนทำนองว่าผู้นำสหรัฐอเมริกา อาจปฏิเสธการพูดคุยกับผู้นำจีน ระหว่างการประชุมกลุ่มจี-20

เมื่อการประชุมจี-20 เวียนมาถึง ปรากฏการณ์จริงกับราคาคุยเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง !

ประธานาธิบดีทรัมป์ นำขบวนคีย์แมนประกอบด้วยรัฐมนตรีคลัง-รัฐมนตรีต่างประเทศ-ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ-ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง-ที่ปรึกษาอาวุโส และลูกเขยหัวแก้วหัวแหวน ในฐานะที่ปรึกษาประธานาธิบดี ร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษยามค่ำคืนวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมกับคณะของผู้นำจีน

เมนคอร์สมื้อพิเศษคือเซอร์ลอยน์สเต็กเลิศรสกับหอมแดง และตบท้ายด้วยของหวานคือคาราเมลโรลแพนเค้กกับช็อกโกแลตกรอบและครีมสด

บรรยากาศเป็นใจ…อาหารถูกปาก ลงเอยด้วยข่าวดีที่โลกรอคอย คือผู้นำสหรัฐฯ ยินดีชะลอการขึ้นอากรนำเข้าสินค้าจากจีน จากวันที่ 1 มกราคม 2562  ออกไปอีก 90 วัน

ฉับพลันทันทีทันใดที่ข่าวดีชิ้นนี้แพร่กระจายจากโต๊ะอาหารในกรุงบัวโนสไอเรส ออกไปทั่วโลก ส่งผลให้ดัชนีเศรษฐกิจทุกตัวเด้งดึ๋งปึ๋งปั๋งกระปรี้กระเปร่าโดยพร้อมเพรียงกัน…..

โดย : รัมย์ฤตา

 

อ่านข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

“ทรัมป์-สี จิ้น ผิง” ยุติสงครามการค้าชั่วคราว ส่งผลดี ศก.โลก-ส่งออกไทย 

แสดงความคิดเห็น