“สนธิรัตน์”พอใจแผนสำรวจสินค้า GI 4 จว.สุดท้าย หลังปั้นสมุทรสาคร“มะพร้าวน้ำหอม” – “ลำไยพวงทอง”

“สนธิรัตน์”พอใจแผนสำรวจสินค้า GI 4 จว.สุดท้าย หลังปั้นสมุทรสาคร“มะพร้าวน้ำหอม” – “ลำไยพวงทอง”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical indication : GI ) ขณะนี้เหลือสินค้าเพียง 4 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ,สตูล, ระนอง และกระบี่ ที่ยังไม่มีสินค้า GI โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ กรมฯได้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจ.กาญจนบุรี และ จ.สตูล เพื่อประชุมร่วม พร้อมลงพื้นที่สำรวจสินค้าใน                จ.กาญจนบุรี สินค้านิลเมืองกาญจน์  และจ.สตูล สินค้าจำปาดะ และในเดือนมีนาคม 2560 ได้ทำแผนเพื่อเดินทางไปจ.ระนอง สินค้าน้ำแร่เมืองนอง และจ.กระบี่ สินค้าหอยชักตีน  เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างแข็งขันจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในกลางปี 2560

ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมประชุมและลงพื้นที่สำรวจ จ.สมุทรสาคร โดยที่ประชุมมีมติให้นำสินค้าที่มีศักยภาพ คือมะพร้าวน้ำหอมหวานบ้านแพ้ว และลำไยพวงทอง เป็นชื่อขึ้นทะเบียน GI ในเบื้องต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาชุมชน กว่า 60 คน ณ ศาลาว่าการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมทั้งสำรวจพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม และสวนลำไยพวงทอง อ.บ้านแพ้ว

นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติจัดตั้งคณะทำงานดำเนินการจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน GI การจัดแผนการควบคุมการตรวจสอบและระบบบริหารจัดการที่ดีตามแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งจะมีการประชุมกันอีก 2 – 3 ครั้งเนื่องจากจะต้องเชิญตัวแทนจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมในครั้งนี้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยกลุ่มมะพร้าวน้ำหอมฯได้เคยทำคำขอขึ้นทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ปี เม.ย. 2557 จึงได้ใช้ร่างเดิมส่วนใหญ่และเพิ่มเติมส่วนใหม่ให้เป็นปัจจุบัน  ส่วนลำไยพวงทองอยู่ในช่วงเริ่มกระบวนการร่างคำขอ เพราะเป็นสินค้าส่งออกที่มีการจองซื้อเหมาสวนและเป็นสินค้าสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดอย่างมาก

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มะพร้าวน้ำหอมหวานบ้านแพ้ว เกิดการพัฒนาพันธุ์ ทำให้ได้ลักษณะผลเป็นรูปกลมรีเหมือนหัวลิง บริเวณก้นเป็นจีบ 3 จีบ เป็นมะพร้าวพันธุ์ต้นเตี้ย ปลูกแบบยกร่องในพื้นที่ราบลุ่ม 3 อำเภอ ลักษณะดินปลูกเป็นดินเหนียวที่มีดินร่วนปน  จึงมีโพแทสเซียมมาก ซึ่งเป็นธาตุที่มีความจำเป็นในการสร้างน้ำตาลและไขมันในผลมะพร้าว น้ำมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นใบเตย นิยมจำหน่ายผลที่น้ำหนัก 800 – 1,200 กรัม การได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศความชื้น และน้ำกร่อย จึงมีน้ำมะพร้าวมีรสชาติหวาน และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

สำหรับลำไยพวงทอง เป็นสายพันธุ์พวงทอง  ลักษณะผลออกเป็นพวงขนาดใหญ่มีน้ำหนักมากกว่า ระหว่าง     1 – 5 กก. รสชาติหวานกรอบ เนื้อใสเห็นเม็ดใน เนื้อหนาแน่น น้ำน้อย ผลโต ผลดก เมล็ดเล็ก ผลติดก้าน ปลูกในสวนยกร่องน้ำ  ลำไยพวงทองชอบดินชื้นแต่ไม่แฉะ  ผลไม่มีกลิ่นหอมจากเนื้อออกมา เปลือกแข็งหนาหยาบ ต่างจากลำไยอีดอ หรือ พันธุ์อื่นๆ ที่ตอนผลใหญ่มักจะส่งกลิ่นหอมออกมาด้วย ตรงนี้เป็นสิ่งเย้ายวนให้ค้างคาวและแมลง     ที่ชอบกลิ่นหอมหวานมากัดกินไม่ใช้สารเร่งออกดอก หรือ ไม่ใช้สารอบแห้งแบบลำไยภาคเหนือ  เก็บเกี่ยวนอกฤดูกาลในช่วงธันวาคม – มกราคมของทุกปี  ราคาปลีกกก.ละ 80 – 90 บาท  ด้านการส่งออกผลผลิตส่วนใหญ่จะมีล้งจีนมารับซื้อลำไยสดแบบเหมา

ทั้งนี้การเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียน GI เพื่อขานรับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0      เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและปัญญา ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์ ในเชิงพาณิชย์ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนและประเทศ พร้อมเร่งส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้าที่มีศักยภาพเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI อย่างน้อย 1 สินค้าต่อ 1 จังหวัด ตั้งเป้าหมายให้ครบ 77 จังหวัด

แสดงความคิดเห็น